HB

[HB] File004 : สัมภาษณ์

posted on 27 Jul 2014 00:59 by fern-cubic4 in HB

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop

 

=====================================

 

[HB] File004 : สัมภาษณ์


Timeline: วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2557


Character: ณชนก(อี้) นนทรี(นนท์) มนิตา(ตา) ณภัทร(ไอ) กุมภา(ภา-CS)


Other: พาทิศ(ต่อ) ธเนศ จิรันดา(จีน)

 


เช้าวันเสาร์

 

 

รถเช่าคันสีขาวจอดลงยังหน้าไร่กาแฟใกล้ตัวเมืองปากซอง ที่อยู่ห่างออกไปจากเมืองปากเซเพียงชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น บานประตูรถเปิดออกตามแรงผลัก ร่างท้วม ๆ ของณชนกรีบกุลีกุจอลงจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยร่างสูงโปร่งของมนิตาและกุมภาที่รีบออกมายืดเส้นยืดสาย เหลือเพียงณภัทรที่ยังคงหลับสนิทบนเบาะหลังฝั่งคนขับให้คนเป็นแฝดปวดกบาลกับความไม่เตรียมพร้อมของน้องสาวตน

 

“ไอ ตื่น ๆ ๆ ถึงไร่แล้ว”

 

ใช้เวลาอีกครู่หนึ่งกว่าที่ณชนกจะแซะณภัทรให้ลงจากรถได้ คิ้วบางขมวดนิ่งเมื่อเห็นคู่แฝดตนเองกระพริบตาปริบ ๆ เหมือนไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหนกัน

 

“ถึงไร่แล้วย่ะ แกนึกว่าอยู่บ้านเหรอไง นู่น น้องของตาเค้ามารอรับแล้วนะ อย่าเสียมารยาทล่ะ”

 

ท้ายเสียงจงใจเหน็บไปถึงกุมภาที่ยืนยิ้มแป้นเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่างชวนโมโห ณชนกจิกสายตามองเพื่อนและน้องเป็นเชิงย้ำอีกครั้ง ก่อนหันไปส่งยิ้มแย้มให้กับหญิงสาวหน้าหวานญาติผู้น้องของมนิตา

 

“สวัสดีค่ะพี่ตา สวัสดีค่ะคุณ...นก...”

 

น้ำเสียงใสของนนทรีมีแววลังเล เมื่อเห็นบุคคลสามคนที่นอกเหนือจากลูกพี่ลูกน้องของตน แถมสองในสามยังมีใบหน้าที่เหมือนกันอย่างที่ดูก็รู้ว่าเป็นฝาแฝด

 

“ใช่ค่ะ คุณนนทรีใช่มั้ยคะ”

 

“ใช่แล้วค่ะ คุณนกเรียกแค่นนท์ก็ได้นะคะ”

 

ณชนกชิงแนะนำตัว ลดความสับสนให้แก่นนทรี ก่อนจะผายมือไปยังณภัทรและกุมภาที่ส่งยิ้มกว้างไม่แพ้กัน

 

“จ้ะ นนท์เรียกพี่ว่าพี่นกละกันนะ ส่วนนี่น้องสาวพี่ ไอ กับเพื่อนพี่ ชื่อภานะ ต้องขอโทษนะจ๊ะที่มาถึงสายไปหน่อย”

 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่นก ทางมาไร่ไม่ค่อยดีเท่าไรด้วยล่ะค่ะ” นนทรีเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปหามนิตา “พี่ตาสบายดีมั้ยคะ แล้วคุณลุงกับพี่ต่อเป็นอย่างไรบ้าง”

 

นัยน์ตาของมนิตามีแววไหววูบยามได้ยินนนทรีถามถึงบิดา แต่ก็ชั่วครู่ เจ้าตัวก็หันไปส่งยิ้มจาง แล้วตอบคำถาม

 

“สบายดีจ้ะ แล้วนนท์ล่ะ สบายดีมั้ย ได้คุยกับคุณอาบ้างเปล่า”

 

สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มบางของหญิงสาว ก่อนที่เจ้าตัวจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา

 

“ถึงที่นี่จะอากาศเย็น แต่ช่วงสาย ๆ แดดแรงอยู่นะคะ ถ้างั้นนนท์ว่าเราเดินชมไร่กันก่อนดีกว่าค่ะ”

 

นนทรีเอ่ยจบรีบสาวเท้าเดินนำหน้าพาสี่สาวผ่านประตูรั้วเข้าไป ปล่อยให้คำถามของมนิตาลอยหายไปอย่างไร้คำตอบ...

 

=====================================

 

ไร่กาแฟสีเขียวชอุ่มยาวสุดลูกตาสร้างความตื่นตาให้กับเหล่าผู้เยี่ยมชม นนทรีค่อย ๆ เล่าอธิบายที่มา กระบวนการผลิตอย่างพอเข้าใจง่าย ทำณชนกแม้จะพอรู้ข้อมูลมาเลา ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องดิจิตอลคู่ใจมาถ่ายรูปกระบวนการต่าง ๆ ตั้งใจที่จะเขียนบล็อกบันทึกการเดินทางในครานี้

 

กลิ่นเมล็ดกาแฟทำคอคนรักกาแฟอย่างกุมภาและณภัทรน้ำลายสอเบา ๆ หันมาสบตากันหมายมาด ความที่ตื่นสาย ไหนจะเสียเวลาเก็บกระเป๋าอีก ทำทั้งสองโดนณชนกฉุดกระชากลากถูจนยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับอาหารเช้าและกาแฟริมฝั่งโขงดังใจหวัง

 

“อี้...” ณภัทรเอ่ยเสียงประจบ ส่งตาวิบวับให้ฝาแฝดของตน “ไอหิวอะ อยากชิมกาแฟปากซองบ้าง อี้คนดี้คนดีเลี้ยงเค้าหน่อยน้า...”

 

“เลี้ยงฉันด้วยสิเพื่อนรัก...”

 

กุมภาฉีกยิ้มกว้าง มือลูบท้อง เสียงร้องจ๊อกที่ดังออกมาทำคนรักเพื่อนมิวายใจอ่อนขึ้นมา หากงานตรงหน้ายังไม่เสร็จ กอปรกับหมั่นไส้บุคคลทั้งสองที่ทำเธอมาถึงไม่ตรงตามเวลาที่นัดไว้ ทำณชนกยิ้มหวาน หากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจริงจัง ตามประสาคนบ้างาน

 

“รอไปก่อน ใกล้ละ เสร็จเมื่อไรได้กินสมใจแกทั้งสองคนแน่ ต่อเลยจ้ะนนท์”

 

นนทรีพยักหน้าก่อนอธิบายขั้นตอนวิธีตากเมล็ดกาแฟต่อ ภาพหญิงสาวสองคนที่หันมาสบตาแล้วถอนใจเฮือกทำมนิตากลั้นยิ้ม ร่ำ ๆ จะหัวเราะออกมา ถึงจะมึน ๆ กับบทสนทนาของบุคคลทั้งสาม แต่ในความกัดกันไปมา เธอก็สัมผัสถึงมิตรภาพอันเหนียวแน่นที่ต่างฝ่ายต่างมีให้แก่กันได้

 

ยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างณชนกกับณภัทร ก็ทำเธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงพาทิศ แฝดผู้น้องของตนขึ้นมาตะหงิด ๆ

 

“น้องตาเดินไหวมั้ย อะ เอาไปกินรองท้องก่อนละกันนะ~”

 

มนิตายิ้ม รับมาร์ชเมโล่วที่ณภัทรส่งมาให้ การเดินแค่นี้ไม่ทำให้เธอเหนื่อย แต่เธอก็ซึ้งในน้ำใจที่ทั้งสองมีให้คนที่เพิ่งรู้จักอย่างเธอ

 

“เพื่อนพี่มันก็แบบนี้ล่ะ บ้างานจนเพื่อน ๆ ส่ายหน้ากัน มิน่าเลยสถิตย์อยู่บนคานยันทุกวันนี้”

 

กุมภาพูดกลั้วหัวเราะ หากแต่ก็ชะงักลง หญิงสาวรีบสะกิดบุคคลทั้งคณะให้หันไปมองในสิ่งที่ตนเห็น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ สีหน้าผู้มาเยือนทั้งสี่ดูตะลึงกับสิ่งที่เห็น

 

“...นนท์ มีวิธีตากกาแฟแบบนี้ด้วยเหรอ”

 

ณชนกถามอึ้ง ๆ ภาพคนงานใช้เท้าย่ำเกลี่ยเมล็ดกาแฟเหนือผ้าปูบนลานหญ้าทำเธอสะพรึงไม่น้อย

 

“มีค่ะพี่นก แต่ส่วนที่เห็นนี้คนงานจะเก็บไว้ใช้ทานเองค่ะ ส่วนที่ส่งออกจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ตามที่นนท์ได้อธิบายไปในช่วงแรกค่ะ”

 

รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวานของนนทรี น้ำเสียงใสทำคณะคลายกังวลลงบ้าง เว้นก็แต่กุมภาที่พึมพำ เอ่ยถามมนิตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

 

“หวังว่าที่ร้านอีอี้จะไม่ใช้วิธีตากกาแฟแบบนี้นะ...”

 

“...คิดว่านะคะพี่ภา”

 

มนิตาตอบเบา ๆ แม้จะตื่นตาตื่นใจกับกรรมวิธีอันแปลกประหลาด ชนิดที่เธอต้องเตือนตัวเองให้กระซิบบอกนนทรีให้พาไปลองดูซักครั้งก่อนกลับกรุงเทพฯ แต่กระนั้นกับร้านที่จะเปิด เธอคงจะเลือกใช้กาแฟที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยวิธีปกติมากกว่าอยู่ดี

 

 

“ถ้าอย่างไรแล้ว เดี๋ยวนนท์เชิญพี่ ๆ ไปลองชิมกาแฟในร้านนะคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”

 

 

นัยน์ตาณภัทรเต้นระริก หญิงสาวรีบคว้ามือณชนก เดินตามนนทรีไปติด ๆ ทิ้งให้สาวร่างสูงโปร่งทั้งสองคนเดินไล่หลังมาไม่ห่างนัก

 

=====================================

 

“ถ้างั้นหนูไปนั่งรอกับพี่ไอและพี่ภานะคะพี่นก”

 

 

มนิตาส่งยิ้มนิด ๆ แก่ญาติผู้น้องเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะปลีกตัวออกไปนั่งอีกมุมหนึ่งของร้าน ทิ้งให้ณชนกนั่งอยู่ตามลำพังกับนนทรี เตรียมพร้อมที่จะสัมภาษณ์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

 

หญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอีกอึดใจในการอ่านประวัติของนนทรีอีกครั้ง ทั้งที่จริง ๆ เธอสามารถจำเนื้อหาในนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่เธอก็อยากจะมั่นใจว่า เธอไม่ได้ตกหล่นรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญตรงไหนไป ก่อนจะเงยหน้าแล้วส่งยิ้มนิด ๆ ให้หญิงสาวเบื้องหน้า แล้วเริ่มต้นเอ่ยปาก

 

“คงไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้วหรอกนะ พี่ขอไม่อ้อมค้อมละกัน”

 

ณชนกสูดหายใจก่อนเอ่ยถามต่อ ถึงจะรู้ดีว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างเสียมารยาท แต่นั่นคือความคาใจเพียงหนึ่งเดียวของเธอกับนนทรี

 

 

“ทำไมเราถึงเลือกที่จะออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันล่ะ”

 

 

“...แมร่มคงนึกว่ามันสัมภาษณ์ทนายจบใหม่...โหดซะ”

 

ณชนกได้ยินเสียงเหน็บเธอแว่ว ๆ จากกุมภา แต่เธอก็เลือกที่จะไปคิดบัญชีกับเพื่อนตัวดีของเธอทีหลัง เพราะนี่คือเวลางาน และงานของเธอในตอนนี้คือการสัมภาษณ์คนที่จะมาเป็นบาริสต้าให้แก่ร้านของเธอ

 

สีหน้าของนนทรียังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะดูเกร็งขึ้นนิดนึงในสายตาของเธอ แลดูผู้สมัครคนนี้คงเตรียมใจมาไม่น้อยว่าจะต้องโดนถามอะไรแบบนี้

 

และคำตอบ... ก็หนีไม่พ้นสิ่งที่เธอคาดคะเนไว้ซักเท่าไร

 

 

"นนท์คิดว่านนท์เจอสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว เลยเลือกที่จะลาออกน่ะค่ะ"

 

 

“ยังไงเหรอจ๊ะ”

 

“ยังไงเหรอคะ” นนทรีนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “หมายถึงกาแฟน่ะค่ะ นนท์คิดว่าคงสามารถใช้เวลาอยู่กับมันได้ทั้งวัน"

 

 

คำตอบทำณชนกพอใจ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คำตอบ และสิ่งที่นนทรีแสดงให้เธอเห็นตลอดวันที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เธอเห็นว่าเจ้าตัวมีความมุ่งมั่นกับอาชีพนี้แค่ไหน...

 


...แต่คำถามคือ... ความมุ่งมั่นของสาววัยต้นยี่สิบนี้เพียงพอหรือยัง..

 

 

“ถ้าเช่นนั้นแล้ว พิสูจน์ให้พี่เห็นได้มั้ยล่ะ”

 

 

หากคราวนี้คำตอบที่เธอได้รับ กลับเหนือความคาดหมายของเธอ เมื่อนนทรีคลี่ยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงนุ่ม

 

 

“พี่นกเคยดื่มกาแฟที่ชงด้วยวิธีการดริปปิ้งมั้ยคะ"

 

=====================================

 

ณชนกเลิกคิ้ว คำศัพท์ประหลาดที่เธอเคยแค่กวาดตาผ่าน ๆ ลอยเข้ามาในหัว แต่เธอก็เลือกที่จะตอบกลาง ๆ ดีกว่าแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอไม่มีความรู้ในเรื่องนี้เท่าไรนัก

 

"หืม ไม่เคยจ้ะ มันคืออะไรเหรอ"

 

"มันเป็นการชงโดยใช้หลักการแรงดันน้ำแบบง่าย ๆ น่ะค่ะ"

 

นนทรีตอบ เอ่ยขอเวลาครู่หนึ่ง ก่อนจะหายไปยังหลังเคาท์เตอร์แล้วกลับมาในสภาพผูกผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย พร้อมถือกาน้ำโลหะ กรวย กระดาษกรอง กับถ้วยกาแฟ แล้วกวักมือเรียกเธอไปที่เคาท์เตอร์

 

"การชงแบบนี้ค่อนข้างจะต้องใช้เวลา แต่นนท์ว่าไหน ๆ พี่นกก็มาถึงไร่ด้วยตัวเองแล้ว นนท์เลยอยากให้พี่นกเห็นการชงที่เป็นเบสิคที่สุดเลยน่ะค่ะ"

 

นนทรีว่าพลางสวมกรวยแนบเข้าถ้วยกาแฟ ตัดกระดาษกรองแนบกรวย ใช้น้ำร้อนลวกแก้วสามสี่ครั้ง ก่อนจะบรรจงใส่เมล็ดกาแฟบดลงในกรวย แล้วค่อย ๆ เทน้ำร้อนรอบกรวยสามสี่ครั้ง

 

"กาเฟของลาวเป็นอาราบิก้าสายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของรสชาติเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงแม้ว่าการชงแบบดริปปิ้งจะทำให้กาแฟที่ได้เจือจางกว่า แต่ถ้าเป็นไปได้นนท์อยากให้พี่นกลองดื่มแบบไม่เติมนมน้ำตาลดูนะคะ"

 

ณชนกจ้องหยดน้ำที่ค่อย ๆ ซึมผ่านกระดาษกรองไปยังแก้วกาแฟ กลิ่นหอมละมุนของเมล็ดกาแฟสดแตะปลายประสาทของเธอ และเรียกแม่คนรักกาแฟจ๋าอย่างณภัทรรีบชะโงกหน้ามาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะใช้กล้องของเธอเก็บภาพไว้

 

ใช้เวลากว่าห้านาทีกว่าน้ำจะซึมผ่านชั้นกระดาษกรองจนหมด นนทรีค่อย ๆ บรรจงยกกรวยออก เผยให้เห็นกาแฟดำข้างใต้ ณชนกใช้มือประคองถ้วย สูดกลิ่นไอหอมหวานเข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ จิบกาแฟดำ รสชาตินุ่มลิ้นที่ได้รับ ทำคนที่ไม่ได้พิศวาทกาแฟแบบเธอยังอดจะตะลึงกับความสดใหม่นี้ได้ แต่เพื่อการพิสูจน์ เธอจึงส่งแก้วให้แฝดผู้น้องของเธอได้ชิม

 

 

ปฏิกิริยาตาวาวประกายระยับของณภัทร ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอรู้ได้ว่า นนทรีมีทั้งใจและฝีมือในด้านนี้จริง ๆ

 

 

“อร่อยมากเลยนนท์ มีเคล็ดลับอะไรบ้างปะ พี่จะได้ไปลองชงกินที่บ้านดู พี่ชงเองไม่เห็นอร่อยแบบนี้เลย”

 

“พี่ไอลองลวกแก้วก่อนชงมั้ยคะ นนท์ว่ามันช่วยวอร์มอุณหภูมิถ้วยให้เข้ากับกาแฟน่ะค่ะ แล้วยังทำให้กลิ่นกาแฟหอมมากขึ้นด้วย”

 

ณชนกปล่อยให้คู่แฝดของตนดื่มด่ำกับกาแฟต่อไป เธอส่งยิ้มให้นนทรี ก่อนจะเอ่ยคำถามต่อไปที่คิดไว้

 

“แล้วความฝันจริง ๆ ของนนท์คืออะไรเหรอ”

 

นนทรีอึ้งไปพักใหญ่ หลบตานิด ๆ แล้วตอบด้วยเสียวแผ่วเบา

 

“...ยังไม่ทราบค่ะ...”

 

ณชนกเลิกคิ้ว จ้องมองนนทรีนิ่ง ๆ รอคอยว่าเจ้าหล่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยเพิ่มอะไรไหม แต่เมื่ออีกฝ่ายยังคงเงียบงัน เธอจึงกระแอม ก่อนจะเอ่ยสิ่งสุดท้ายที่เธอคาใจอยู่

 

 

“พี่ขอถามตรง ๆ อีกข้อนะ เราเคยเสียใจมั้ย ที่ลาออกจากมหาวิทยาลัยมา”

 

 

นนทรีนิ่งอีกครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้านิด ๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตามองเธอ

 

"เคยค่ะ... แต่นนท์คิดว่าถ้าไม่ออกมาในวันนั้นนนท์คงเสียใจกว่า ถ้าวันนั้นนท์ไม่ออกมา ก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองซักที ใช้ชีวิตโดยต้องโทษตัวเองทุกวันแบบนั้นนนท์คิดว่าคงไม่มีความสุขหรอกค่ะ"

 

ณชนกแย้มยิ้ม พอใจกับคำตอบที่ได้รับ เจ้าหล่อนยกนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยคำถามสุดท้ายที่เตรียมไว้ออกไป

 

 

"...แล้วนนท์พร้อมที่จะกลับไทยยังจ๊ะ..."

 

 

"......แปลว่านนท์ได้งานเหรอคะ!!!"

 

 

นนทรีเอ่ยเสียงใส นัยน์ตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความดีใจ ท่าทีปราศจากมารยาทำณชนกส่งยิ้มกว้างกว่าเก่า

 

"ถ้าเราพร้อมจะกลับ พี่ก็ยินดีต้อนรับล่วงหน้าจ้ะ เยส ออ โน?"

 

 

“ตกลงค่ะ!! พี่นกพูดจริงใช่ไหมคะ”

 

 

“จริงสิ!! นั้นพรุ่งนี้พี่จะกลับมาตกลงเรื่องสัญญาจ้างงานนะ ว่าแต่นนท์เป็นคนกรุงเทพฯ หรือเปล่า”

 

“ค่ะ แต่นนท์คิดว่าคงไปอาศัยที่หอพักแทนจะดีกว่า"

 

ณชนกหันไปมองมนิตา ก่อนจะสบตาณภัทรอย่างใช้ความคิด ตอนนี้เธอกับมนิตาตกลงกันว่าจะให้อีกฝ่ายเช่าห้องชั้นบนของร้านเป็นที่พักไปก่อน เพื่อจะได้สะดวกแก่การเดินทาง มีคนเฝ้าร้าน

 

 

...และเป็นรายได้ให้เธอจ่ายค่าเช่าแก่ณเดชน์ได้อีกทาง...

 

 

“อื้ม ถ้างั้น สนใจเช่ากับพี่มั้ย” คงจะเป็นการดีถ้ามีคนมาช่วยจ่ายค่าเช่าให้เธอเพิ่ม “บนร้านพี่แบ่งเป็นห้องพักได้น่ะ แต่อาจจะไม่สะดวกสบายเท่าหอทั่วไปนะ เพราะเป็นบ้านเก่าของคุณตาพี่ แต่รวม ๆ ก็สะอาดสะอ้าน มีน้ำไฟพร้อม เพราะพี่เพิ่งแต่งใหม่น่ะ”

 

"สนใจค่ะ พี่นกอนุญาตให้เช่าจริง ๆ เหรอคะ!!"

 

“อื้ม แต่มีคิดราคานิดหน่อยนะ” ณชนกแจกแจงราคาให้ ซึ่งเธอคำนวนแล้ว ราคานี้ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับที่พักกลางใจเมืองหลายแห่ง “พอไหวมั้ย เลือกได้นะว่าจะหักออกจากเงินเดือนหรือจ่ายเอาเอง พี่ลดราคาให้สุด ๆ เลย ถือว่าช่วยสวัสดิการพนักงานน่ะ”

 

ณชนกโปรยยิ้มหวาน ซึ่งนนทรีก็รีบผงกหัวตอบตกลงในทันที

 

“ตัดจากเงินเดือนเลยก็ได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะพี่นก”

 

ชัยชนะจากการที่หาบาริสต้าได้ทำณชนกอารมณ์ดีพอที่จะไม่สนใจกับกุมภา แม้เธอจะอ่านปากแม่เพื่อนรักที่ด่าเธอว่า ‘อีงก’ อยู่ เหมือนยกภูเขาออกจากอก เมื่อภารกิจลุล่วงลงเรียบร้อย

 

 

...เธอจะได้ใช้เวลาที่เหลือกับการเที่ยวให้จุใจ!!

 

=====================================


คืนนั้น

 

 

ที่พักของเธอในคืนนี้อยู่ในตัวเมืองปากช่อง อีกไร่กาแฟหนึ่งที่เปิดเป็นรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวพักไปในตัว และอยู่ไม่ห่างจากไร่ที่นนทรีทำงานเท่าไรนัก

 

ณชนกฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ขณะลงมือร่างข้อตกลงที่เตรียมจะไปคุยกับบาริสต้าคนใหม่ของร้านเธอในวันรุ่งขึ้น ถึงจะเคยบ่นเวลาที่ต้องทำงานในช่วงเที่ยว หากเมื่อเป็นสิ่งที่เธอรัก และเลือกเอง เธอจึงมีความสุขพอที่จะมองความทุกข์ร้อนที่เคยประสบ

 

 

และการร่างสัญญา ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักกฎหมายอย่างเธอเท่าไรนัก

 

 

ใช้เวลาไม่นานนักเธอก็ร่างสัญญาจนเสร็จ หญิงสาววัยใกล้สามสิบลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ขยับผ้าคลุมไหล่กระชับแนบตัว เมืองนี้ดูจะอากาศหนาวเย็นกว่าปากเซเสียอีก แต่ด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้เมืองนี้เหมาะสมในการปลูกไร่กาแฟตามที่นนทรีอธิบาย

 

เสียงคุยโทรศัพท์แว่วดังมาจากห้องพักที่ณภัทรกับกุมภาพักอยู่ ณชนกแค่นยิ้ม แม้จะหมั่นไส้ที่คนเป็นน้องหวานชื่นกับแฟน แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่ทั้งคู่รักกันดี ส่วนกุมภาที่เหนื่อยอ่อนกับการท่องเที่ยวตลอดทั้งวันก็ฟุบหลับคาโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้อยู่

 

“พี่นกคะ มานี่หน่อยได้มั้ยคะ”

 

เสียงมนิตาเรียกเธอจากในห้องนอน ทำเธอไม่รอช้ารีบสาวเท้าก่อนจะปิดประตูห้อง แล้วรับสมาร์ทโฟนของมนิตาที่เจ้าตัวส่งให้ ซึ่งหน้าจอเปิดอีเมล โชว์ประวัติของหญิงสาวผู้หนึ่ง

 

“มีคนสมัครตำแหน่งผู้ช่วยเชฟที่ร้านเราขาดน่ะค่ะพี่นก ตาอ่านของคนนี้แล้วสนใจดี พี่นกลองอ่านดูมั้ยคะ”

 

ณชนกไล่อ่านประวัติตามที่มนิตาบอก ใบหน้าเรียบ ๆ ของ 'จิรันดา' ช่างตัดกับประสบการณ์ผู้ช่วยเชฟที่ประเทศฝรั่งเศสเหลือเกิน

 

 

“น่าสนใจ ถ้าไงเดี๋ยวตาเมลนัดน้องคนนี้สัมภาษณ์เลยนะ เดี๋ยวพี่ขออาบน้ำก่อนละกัน เหนียวตัวละ”

 

 

ณชนกว่าพลางขยี้ตา เริ่มจะง่วงนิด ๆ แต่กระนั้นก็ดีใจที่เป้าหมายในทริปนี้สำเร็จลุล่วง บวกกับใบสมัครตำแหน่งผู้ช่วยเชฟที่ว่างที่เพิ่งมาถึง

 


ร้านของเธอเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วทุกที...

 

[TBC]

 

 

=====================================

 

สรุป:

- เช้าวันเสาร์ พวกอี้มาถึงไร่ที่นนท์ทำงานอยู่โดยสวัสดิภาพ แต่เลทหน่อย ๆ เนื่องจากไอกับภาตื่นสาย

- นนท์ถามตาถึงลุงธเนศและต่อ ตาหน้าเจื่อน ถามนนท์เรื่องที่บ้านกลับ นนท์ยิ้ม แต่ไม่ตอบไร แล้วเปลี่ยนเรื่องโดยพาชมไร่กาแฟ

- อี้ตามจดข้อมูล ไม่แยแสว่าไอกับภาจะหิวแค่ไหน

- อี้เหลือบไปเห็นวิธีการตากกาแฟด้วยเท้า อันเป็นกรรมวิธีพื้นบ้านของท้องถิ่น สามสาวสะพรึง ขณะที่ตาอยากลองชิมดู

- ชมไร่กาแฟเสร็จ อี้ก็ได้ฤกษ์สัมภาษณ์นนท์ ซึ่งก็ไม่อ้อมค้อมโดยกายถามนนท์ถึงสาเหตุที่ออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน จนภาถึงกับอุทานว่านางโหดไป

- นนท์ตอบคำถามได้ดี แสดงให้เห็นว่าชอบงานบาริสต้ามาก กระนั้นอี้ก็อยากให้นนท์พิสูจน์ว่ารักงานนี้แค่ไหน

- นนท์เลือกวิธีพิสูจน์โดยการชงกาแฟด้วยวิธี "ดริปปิ้ง" เทคนิคการชงที่เรียบง่าย กับฝีมือของนนท์ ดึงรสชาติกาแฟออกมาได้หอมกรุ่น จนคนเฉย ๆ กาแฟอย่างอี้ กับคนคลั่งไคล้กาแฟอย่างไอ ถึงกับติดใจไปตาม ๆ กัน

- อี้ยังคงถามนนท์ว่าเสียใจกับเรื่องการออกจากมหาวิทยาลัยมั้ย นนท์แอบเสียใจอยู่ แต่จะเสียใจมากกว่าถ้าวันนั้นไม่เลือกที่จะออกแล้วใช้ชีวิตตามทางที่ตนเลือก

- อี้พอใจกับคำตอบมาก เลยถามนนท์ว่าพร้อมจะกลับมาทำงานที่ไทยมั้ย เท่ากับยอมรับนนท์ไปโดยปริยาย

- นนท์ดีใจและตื่นเต้นมาก แต่พออี้ถามว่าจะกลับไปอยู่กับครอบครัวมั้ย นนท์ดูอึดอัด จนอี้เสนอออฟชั่นให้ไปพักชั้นบนของร้าน อย่างที่ตาเช่าไว้

- แน่นอนว่า อี้เห็นวิน-วินทั้งสองฝ่าย เพราะนางก็ได้เงินค่าเช่าจากทั้งตาและนนท์ ไว้จ่ายให้เอกเหมือนกัน

- ตอนกลางคืน ตาเอาใบสมัครของ "จีน" ให้อี้ดู ทั้งสองสนใจ เลยจะนัดจีนเข้ามาสัมภาษณ์ภายหลัง

- ร้านของทั้งคู่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกที

 

=====================================

 

Talk:

 

แหะ ๆ เอาการบ้านของเดือนก่อนมาแปะส่งนะคะ

 

ในที่สุดอี้ก็ได้บาริสต้ามาประดับร้านจนได้ แถมได้ค่าเช่าจากทั้งตากับนนท์อีก งานนี้เจ๊อี้เขี้ยวเอาเรื่องอยู่แฮะ (ถึงจะคิดถูกมากก็เหอะ 555)

 

ไม่นับว่าคำถามสัมภาษณ์ที่โหดร้ายทารุณ จนกุมภาทนไม่ไหวกันเลยทีเดียว

 

งวดนี้ลองใส่ความสนิทสนมของอี้กับไอให้เห็นชัดขึ้นค่ะ ว่าถึงเป็นแฝดที่ชอบกัดกัน แต่จริง ๆ นางก็มีโมเมนต์อ้อนกัน (ถึงแม้จะเป็นไออ้อนฝ่ายเดียวในฟิคนี้ก็เหอะ) อยู่บ้างนะคะ ซึ่งเลยส่งผลให้ตาคิดถึงน้องฝาแฝดเบา ๆ อยู่บ้าง

 

สำหรับรอบหน้า จะขอต่อยอดฟิคของ @kirasole @irindel ในเรื่องเจ้าลูกชิ้นนะคะ ^ ^ แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้ลงช่วงไหน เพราะช่วงนี้ภารกิจรัดตัวมากค่ะ

 

ปล. ขอบคุณ @sr-wish @korncubic @satan-lucus สำหรับเช็คคาร์นะคะ แล้วขอบคุณ @august-8 สำหรับที่ให้ยืมคาร์มาเล่นอีกครั้งค่า