FERN-EV

[CS-MS] (จ.) เพราะถูกทุกข้อ...

posted on 01 Sep 2012 20:58 by fern-cubic4 in FERN-EV, FERN-MS

entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 


 

====================================================

 

[MS] (จ.) เพราะถูกทุกข้อ...


Timeline: หลังเปิดปีใหม่ พุธ ที่ 4 มกราคม 2555


Character: กัมปนาท(แสง) สิงหา(ออกัส) ศรันฉัตร(เฟิร์น) พันปิยะ(ตง) กัญญ์ดา(กัญ) มณฑกาญจน์(โมรา) แพรอรุณ(เท็น) นันทนัท(น้ำน่าน) สิมิลัน(ปั้นทราย) เพียงนภา(เพียงฟ้า) วริสรา(เอพริล) ศฤคาล(จอก) ฐณาธร(ก๊อก) พลอยอรุณ(บีน) ณัฐปกรณ์(รัก) อาจารย์เอกภพ(ครูเอิร์ธ)  


Other: อังคาร(มาร์ส-OC) อาจารย์กชมน(ครูกช)

 

Entryที่เกี่ยวข้อง: [EV-MS] (ก.) เพราะเรื้อน [Read]

[EV-MS] (ข.) เพราะหึง... [Read]

 [EV-MS] (ค.) เพราะซวย... by: แม่ตง [Part1] [Part2]

[EV-MS] (ง.) เพราะไม่รู้... [Read]

 

Note: มหากาพย์ตอนสุดท้ายของ 'จูบ' นะคะ (แต่คาดว่า จะมีบท spin-off มาจากแม่โมราอีกที)

 

ต้องขอโทษมากๆ ที่ทิ้งช่วงไปนานค่ะ สำนวนอาจจะแป้กไปมากอยู่ (เพราะทิ้งไว้นานเกิน)

 

ขอขอบคุณรุ่นสี่และพี่หวาย+ @thoughtstream แม่ครูกชนะคะ ที่ช่วยกันให้ข้อมูล ช่วยเข็น ช่วยดันจนพรเขียนฟิคนี้จนสำเร็จค่ะ

 

ขอบคุณ @august-8 @376sec @nanashi-nil @moramora @nam-naan @satan-lucus @asahina @empty-sky @april-cubic @jorkkykun @thanathonc @himekorin @daejeonastronomy @leejoon-rug-bi นะคะที่ช่วยเช็คคาร์แรกเตอร์ให้

 

รบกวน @leejoon-rug-bi @saixmedrik เช็คคาร์แรกเตอร์ให้หน่อยนะคะ

 

อนึ่ง...เชิญทัศนาจรค่า

 

====================================================

 

 

สิ่งที่นายกัมปนาท รัตติไพศารไม่ชอบมากที่สุดอย่างหนึ่ง...คือเรื่องวุ่นวาย

 

แต่นับตั้งแต่ย่างก้าวเข้าโรงเรียนนี้มา เขาก็มีอันต้องเข้าไปวุน่วายกับเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา

 

ที่น่ารำคาญที่สุดคือ ส่วนใหญ่...เขาไม่ใช่ต้นเหตุของเรื่องเหล่านั้น...

 

กัมปนาทก้มมองรูปที่ถูกส่งต่อจนมาถึงมือเขา อันที่จริง ถึงไม่เห็นภาพ เขาก็พอจะรู้ว่าภาพในมือของเขาคือภาพอะไร

 

ในเมื่อเขาอยู่ในเหตุการณ์นั้นตั้งแต่ต้นจนจบ!!

 

 

แต่เรื่องที่คาใจเขาคือ...

 


ใคร?? 

 

 

แน่นอนว่าไม่ใช่พันปิยะ เพราะมีร่างของพันปิยะปรากฏอยู่ในรูปดังกล่าวด้วย และเมื่อเช้าเขาดัน ‘บังเอิญ’ ได้ยินบทสนทนาระหว่างพันปิยะกับสิงหา ขณะกลับจากศาลาริมทะเล ซึ่งก็เพียงพอที่จะให้ ‘ทั้งคู่’ ไม่มีทางที่จะให้เรื่องราวเหล่านั้น ‘หลุด’ ออกมาได้เป็นอันขาด...

 

 

ในเมื่อมันเป็นเรื่องของ ‘ความลับในใจ’

 

 

และก็คงไม่ใช่ศรันฉัตร  ที่รุดออกจากห้องไปเมื่อครู่นี้ แม้เขารู้ว่าเธอเห็นภาพนั้นแล้ว แต่วิสัยคนอย่างหล่อน เขาเชื่อว่าคนอย่างเธอคงจะเก็บเรื่องนี้เงียบไว้กับตัวมากกว่าที่จะเทียว โพนทะนา

 

แม้เธอจะไม่ได้พูด ‘อะไร’ ออกมาแบบสิงหา แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกเก่งนัก (ในความคิดของเขาและใครหลายๆ คน)

 

อีกอย่าง...

 

 

แววตายามที่เธอมองอีกฝ่ายนั้น ไม่ต่างอะไรกับยามที่อีกฝ่ายลอบมองเธอ

 


นั่นแหละ...ประเด็นคือ ‘ใครกันเป็นคนถ่ายภาพนี้’

 

 

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองภาพสถานการณ์เบื้องหน้า พลางถอนใจอย่างเบื่อหน่าย บรรยากาศในตอนนี้เขาพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าช่างแตกต่างจากบรรยากาศยามปกติ จากความตกตะลึงยามเมื่อเห็นภาพ กลายเป็นความตื่นตระหนกยามสิงหาระเบิดโทสะ และกลายเป็นความเงียบงันยามศรันฉัตรเดินออกจากห้องไป...

 

เขาเหลือบมองไปยังวริสรากับเพียงนภา บุคคลสองคนที่ดูมี ‘พิรุธ’ ที่สุดในห้อง วริสรานั้นมีสีหน้าที่ซีดเผือดกว่ายามปกติ พลางฝืนๆ ยิ้ม ขณะที่เพียงนภานั้น แม้จะตีสีหน้านิ่งเหมือนปกติ แต่เขาก็รู้สึกว่าเจ้าหล่อนดูรู้สึกผิดอย่างไรอย่างนั้น

 


“ทำไมกัสต้องตวาดเฟิร์นแบบนั้นด้วย” 

 

 

เสียงเฉียบขาดแต่ทรงพลังของกัญญ์ดาทำลายความเงียบ และทำลายสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้อย่างสิ้นเชิง

 

เขาคิดว่าจะเป็นนันทนัท หรือแพรอรุณเสียอีก...ที่พูดประโยคนี้

 

กัมปนาทมองหน้าคนที่มักจะทำหน้าเป็น ป่วนคนอื่นอยู่เรื่อยไป ร่องรอยโทสะจางหายไปจากดวงหน้าของสิงหาแล้ว คงเจือไว้แต่ความรู้สึกผิด ความกังวล

 

และความเศร้า อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

“ออกัส นายมันบ้าที่สุด!! พูดจาแบบนี้มันน่านัก!!”

 

 

แพรอรุณตวาดลั่น กำหมัดแน่น ตัวสั่นเทา ทำท่าจะพูดอะไรต่อเช่นเดียวกับนันทนัท แต่กลับกลายเป็นว่ามีมือคู่หนึ่งแตะบ่าคนทั้งสอง เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเคลื่อนตัวเองออกมายืนประชันหน้าสิงหา

 

แล้วเอื้อมมือตบลงเหนืออกซ้ายของฝั่งนั้น

 

“ตรงนี้ของนาย มันร้อนนะ”

 

สิมิลันเอ่ยยิ้มๆ แต่กระนั้น ก็จับได้ถึงกระแสความจริงจังในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา

 

“กัส.. บีนว่า ใจเย็นๆ ดีกว่านะจ๊ะ...”

 

พลอยอรุณละล่ำละลักเอ่ยเตือนสติ แต่ก่อนที่เจ้าหล่อนจะได้เอ่ยอะไรยาวๆ ตามวิสัย เพียงนภาก็ชิงตัดหน้าขึ้นมา

 

"ขอโทษค่ะ ออกัส เพียงผิดเองค่ะ เรื่องนี้กับเรื่องนั้นมันคนละเรื่องเดียวกันนะคะ ออกัส เพราะฉะนั้นถ้าโกรธมากก็มาลงที่เพียงนะคะ อย่าไปพาลใส่เฟิร์น เพราะเฟิร์นเธอไม่เกี่ยวค่ะ"

 

กัมปนาทยอมรับกับตัวเองว่า ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเพียงนภาไม่ปากอย่างใจอย่างเหมือนอย่างปกติ

 

 

แต่ก็นะ ทำผิด ก็ควรจะต้องรับผิด

 

 

บรรยากาศในห้องเงียบไปอึดใจ กว่าที่นันทนัทจะเอ่ยลอดไรฟัน

 

“ไอ้กัส!! ไปขอโทษเจ๊เลยนะ!!”

 

สิงหาเพียงแต่ชะงักงันไปไม่นาน แล้วเดินจ้ำออกจากห้องไปในทันที

 

“ป่ะโม เราไปกันบ้าง!!”

 

แพรอรุณเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะฉุดแขนมณฑกาญจน์เดินดุ่มตามสิงหาไป

 


ท่าจะไม่ได้การ… ยังไงก็เรื่องของคนสองคนละนะ

 

 

กัมปนาทคิดพลางสาวเท้าตามออกไป หมายจะไปห้ามเด็กสาวทั้งสอง แล้วปล่อยให้คู่กรณีเคลียร์กันเอง

 

 

“เดี๋ยวก่อนสิ!”

 

 

กลายเป็นพันปิยะที่เป็นฝ่ายคว้าแขนของมณฑกาญจน์ไว้ก่อน ถ้าสถานการณ์ไม่ขับขันขนาดนี้ กัมปนาทคงได้กระตุกยิ้ม เมื่อนึกถึงคำ ‘สารภาพ’ ของพันปิยะ

 

“ปล่อยเรานะตง! เราต้องไปตามเฟิร์น”

 

“มันเป็นเรื่องของคนสองคน เราวาโมราปล่อยให้เขาเคลียร์กันเองดีกว่านะ”

 

พันปิยะเอ่ยโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมณฑกาญจน์ ซึ่งทำให้อีกฝ่ายหันกลับไปจ้องหน้า กดเสียงต่ำกว่าที่เคยเป็น

 

“แต่นั่นเพื่อนเรานะ!! ...ถ้าเพื่อนเราร้องไห้วิ่งออกไป ไม่ให้เราตามไปดูมันก็ไร้น้ำใจไปหน่อยแล้ว!!”

 


“แต่มันไม่ใช่เรื่องของโมรา!!” 

 

 

พันปิยะตวาดลั่น แต่กลับทำให้มณฑกาญจน์ตอบกลับเสียงดังผิดวิสัยของเธอ เมื่อพันปิยะไม่ยอมปล่อยมือออก

 


“ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ!! ไม่ได้ยินหรือไงตง!!!” 

 

 

เขาเห็นพันปิยะทำหน้าอ้ำอึ้ง สูดหายใจก่อนจะพยายามว่าเสียงเบาลง เอ่ยซ้ำในเรื่องเดิม

 

“เรารู้ แต่..คือ.. มันเป็นเรื่องของ ‘สองคน’ นั้นนี่..”

 

กัญญ์ดาที่ยืนนิ่งอยู่นานเงยหน้าหันมาสบตาเขา ถ้าเขาเดาไม่ผิด อีกฝ่ายคงอยากจะยืนยันว่า สิ่งที่เจ้าตัวเข้าใจนั้น ตรงกับที่เขาและพันปิยะเข้าใจหรือไม่

 

กัมปนาทเลยได้แต่พยักหน้า ทั้งตอบกลับกัญญ์ดา และสนับสนุนคำพูดของพันปิยะไปในเวลาเดียวกัน

 

..................................

 

................

 

“อื้ม... เข้าใจแล้วล่ะ ขอโทษนะตง ที่เราพูดจาไม่ดีใส่ ยังไงก็จะปล่อยให้เป็นเรื่องของสองคนนั้นไปแล้วกัน”

 

มณฑกาญจน์เอ่ยเสียงแผ่ว ส่งสายตารู้สึกผิดเป็นเชิงขอโทษซ้ำอีกไปให้พันปิยะ ขณะที่กัญญ์ดายกมือบีบไหล่แพรอรุณไว้เป็นเชิงปรามไม่ให้ตามสิงหาออกไป

 

“แต่ว่า.. แล้วเราจะปล่อยเฟิร์นไปแบบนี้เหรอ เดี๋ยวเกิดกัสตวาดเฟิร์นอีกจะทำไง”

 

แพรอรุณละล้าละลัง มองไปมองมาอย่างสับสน ซึ่งกัญญ์ดาก็คงส่งยิ้มสดใสให้ก่อนเอ่ยอีกครั้ง

 

“เชื่อสิ..เฟิร์นไม่เป็นไรแน่ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนสองคนดีกว่านะ”

 

“แล้วทำไมต้องให้เป็นเรื่องของคนสองคนด้วยละกัญ..”

 

แพรอรุณเอ่ยถามกัญญ์ดา ซึ่งอีกฝ่ายก็นิ่งไปพักหนึ่ง กว่าจะเอ่ยตอบเท่าที่เจ้าตัวจะทำได้

 

“ซักวันเท็นก็จะเข้าใจเองละจ้ะ”

 

ดูท่าเจ้าหล่อนยังไม่ได้คำตอบที่คลายข้อข้องใจ นัยน์ตาของแพรอรุณกวาดมองเพื่อนๆ แต่ละคน แต่จนแล้วจนรอด เจ้าหล่อนก็คงไม่ได้คำอธิบายคำถามที่เอ่ยไป

 

สุดท้าย นัยน์ตากลมโตของแพรอรุณ ก็มาหยุดลงตรงเขา

 

“ยังไงละ แสง ทำไมต้องเป็นเรื่องของคนสองคนด้วย”

 

แพรอรุณยิงคำถามมาที่เขาจนได้ ซึ่งเขาก็ได้แต่ถอนใจ ก่อนจะอธิบายกลับเนิบๆ

 

“ก็ตรงตามคำพูดน่ะแหละ เรื่องของคนสองคน...”

 

นัยน์ตากลมโตของแพรอรุณยังคงมองเขา ก่อนจะย้อนกลับไปหากัญญ์ดาอย่างไม่เข้าใจ เขาตัดสินใจที่จะตัดบท เมื่อเห็นเธอทำท่าจะเอ่ยถามขึ้นมาอีกครา

 


“หรือเท็นอยากเป็นมือที่สามล่ะครับ..."

 

====================================================

 

“เอพริล เอามานี่เลย!!"

 

กัมปนาทหันไปมองหน้าพันปิยะ ที่ยืนประจันหน้าอีกฝ่าย แบมือนัยน์ตาวาววับ กดดันให้วริสรายอมส่งโทรศัพท์และรูปถ่ายให้เจ้าตัวกำจัดทิ้งแต่โดยดี

 

พอหันกลับไปมองวริสรา อาการลังเลปรากฏชัดบนใบหน้าซีดขาวของเด็กสาว ดูท่าทางเจ้าหล่อนคงลังเลด้วยความเสียดายรูปที่ได้ถ่ายไว้ แม้ว่าจะสำนึกผิดก็ตาม

 

พันปิยะหันไปส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากศฤคาล ซึ่งฝ่ายนั้นก็คงได้แต่ยิ้มแหยๆ ตามสไตล์ แล้วรีบปฏิบัติตามอย่างไม่รอช้า

 

“ขอโทษนะครับเอพริล...”

 

“เฮ้ย!!!”

 

ศฤคาลเอ่ยขอโทษก่อนจะแย่งโทรศัพท์จากวริสรา ส่งโทรศัพท์ให้พันปิยะที่แบมือรับอยู่ เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม โชคดีที่วริสราไม่ทันได้ล็อกหน้าจอ ด้วยความที่เป็นโทรศัพท์ยอดนิยม ทำให้ถึงแม้จะเป็นคนละรุ่นกับที่เขาใช้ พันปิยะใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็กำจัดรูปเจ้าปัญหาออกไปเสีย

 

 

...แต่ก็ไม่รู้ว่า เธอได้แบ็คอัพข้อมูลไว้หรือเปล่า...

 


“คราวนี้ส่งรูปมาได้แล้ว”

 

พันปิยะเอ่ยเสียงเข้ม กัมปนาทเห็นดังนั้นเลยถอยฉากมาสังเกตการณ์เงียบๆ ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อยดี... เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 

“เอพริล ระวังฮะ!!”

 

ณัฐปกรณ์เอ่ยดังลั่น แต่ก็สายไป เมื่อวริสราที่ดูจะสติแตกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัดสินใจวิ่งฝ่าฐณาธรหนี แต่เคราะห์กรรมดันไปชนกับอาจารย์เอกภพที่เดินสวนมาเข้า!!

 

 

“ฉิบหายแล้ว...” 

 

 

ฐณาธรอุทาน เมื่อเห็นอาจารย์เอกภพหยิบรูปถ่ายเจ้าปัญหา กับรูปถ่ายปริศนาอีกใบหนึ่งขึ้นมาดู ท่ามกลางสีหน้าที่บ่งบอกว่าหวาดกลัวของวริสรา

 

ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่เกือบนาที พอๆ กับรอยยิ้มบนใบหน้าอาจาย์เอกภพอย่างที่หลายคนชินตา แปรเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มอย่างที่เขาเองก็คาดเดาไม่ได้ว่าหมายถึงอะไร นัยน์ตาหลังแว่นสายตาวาววับอย่างประหลาด

 


“งั้น ครูขอรูปนี้ไปนะครับ” 

 

 

เมื่อไม่มีเสียงค้านจากวริสรา อาจารย์ผู้สอนวิชาดาราศาสตร์แสยะยิ้ม ฉวยหยิบรูป ‘ทั้งสอง’ เดินกลับไป สวนกับคู่กรณีทั้งสองที่ดูเหมือนจะสะสางปัญหา แล้วกลับมาสู่สภาพปกติแล้ว

 

 

หากไม่นับรอยแดงช้ำบนดวงตาของศรันฉัตร กับสีหน้าเหนื่อยอ่อนของสิงหานะ

 

 

เขาหันไปมองวริสรากับเพียงนภาอีกครั้ง เด็กสาวทั้งสองยังคงมีสีหน้าซีดเผือดกระอักกระอ่วน เขาเห็นวริสราทำท่าจะเอ่ยอะไรขึ้นมา แต่ก็ถูกขัดด้วยประโยคคำถามของศรันฉัตร

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอโม...”

 

แม่สาวหน้าตุ๊กตาเหลียวซ้ายแลขวา ความกล้าบ้าบิ่นเมื่อครู่ดูเหมือนจะหายไปหมด กลับไปเป็นมณฑกาญจน์คนเดิมที่เป็นคนคิดมาก คิดสระตะก่อนพูด จนพันปิยะทนไม่ได้ เอ่ยตัดบทเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังเป็นสัญญาณว่าคาบต่อไปกำลังจะเริ่ม


“เรื่องมันยาวน่ะ....” 

 

 

อืม... เรื่องมันยาวจริงๆ

.................................

............................

คาบชั่วโมงวิชาเลือกผ่านอย่างเอื่อยเฉื่อยกว่าทุกครั้ง ในเมื่อคนที่เคยซักถามอาจารย์กชมนอยู่เป็นนิตย์อย่างศรันฉัตรกับนั่งซึมตลอด ชั่วโมง พลอยให้ณัฐปกรณ์กับฐณาธรได้แต่มองๆ อย่างเป็นห่วงจนเงียบตามไปด้วย

 

กัมปนาทเก็บหนังสือเสร็จ แต่ไม่ทันจะได้ออกจากห้อง เขาก็ได้ยินศรันฉัตรหลุดประโยคที่สองมานับตั้งแต่เกิดเรื่อง

 


“ครูกชคะ... คนเป็นไบเซ็คชัวล์นี่ ชอบได้ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามใช่ไหมคะ” 

 

 

เขาเหลือบเห็นอาจารย์กชมนเลิกคิ้วขึ้น คล้ายกับประหลาดใจ ก่อนจะเริ่มอธิบายให้แม่สาวคงแก่เรียนฟัง ซึ่งเจ้าหล่อนก็ผงกหัวหงึกๆ คล้ายกับจะเข้าใจอะไรบางอย่างเพิ่ม

 

 

แต่ถ้าให้เขาเดา...

 

เขามั่นใจว่า เจ้าหล่อนคงจะเริ่มเข้าใจอะไรผิดๆ อีกเป็นแน่

 


บทส่งท้าย

 


หลังเลิกเรียน

 

“....นายโอเคขึ้นยัง”

 

เสียงพันปิยะเอ่ยถามสิงหาขณะเดินไปยังประตูโรงเรียน ดูท่าเด็กหนุ่มทั้งสองจะไม่ทันสังเกตว่าเขาเดินอยู่ข้างหลังคนทั้งคู่...อีกตามเคย

 

สิงหาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะส่งยิ้มล้าๆ ให้กับพันปิยะ

 

“อืม โอละ”

 

“แล้วหายโกรธสองคนนั้นหรือยังนั่น”

 

“อือ ในเมื่อขอโทษมาแล้ว ฉันก็ไม่คิดอะไรมากหรอก”

 

เจ้าตัวพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง แม้จะปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า แต่เขาก็สังเกตว่ามันดูเป็นรอยยิ้มที่อ่อนล้ากว่าที่เคยเป็น

 


ดูท่าไอ้บ้าหูหนวกนี่คงหยุดซ่าห์ไปได้พักนึงล่ะ

 

 

“แล้วนี่นายจะทำไงต่อ”

 

"ก็ไม่ทำไร"

 

สิงหาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสริมเมื่อเห็นพันปิยะมองมาอย่างสงสัย

 

“ช่างเหอะ ไหนๆ ตอนนี้ก็เห็นกันหมดแล้วอยู่ดี”

 

สิงหาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนล้า แต่ไม่ตีโพยตีพายแต่อย่างใด จนเขาแอบอดเห็นใจอยู่ครู่นึง ถ้าไม่ติดว่าสิงหาจะเอ่ยประโยคต่อไปออกมา

 

“เอาเหอะ อย่างน้อยมาร์สก็หน้าตาดีละว้า....”

 


เฮ้อ ก็นะ เป็นแบบนี้จะให้อีกฝั่งเข้าใจแบบนั้นก็ไม่แปลกล่ะ


กว่าสองคนนี้จะสมหวังคงอีกนาน

 

 

กัมปนาทคิดพลางเดินขึ้นรถสองแถวตรงหน้าโรงเรียน ทรุดนั่ง หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 


เอาเถอะ ยังไงก็เป็นเรื่องของสองคนนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับเราอยู่ดี

 

 

====================================================

 

สรุป:

- เหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากออกัสตวาดจนเฟิร์นวิ่งหนีออกจากห้องน้ำไป

- แสงยืนมองความวุ่นวายในห้องแบบปลงๆ กึ่งสงสัยว่าใครเป็นคนปล่อยรูป

- รู้ว่าไม่ใช่เฟิร์นแน่ๆ (เพราะเดาได้ว่าเฟิร์นคิดไงกะกัส) รู้ว่าไม่ใช่ตง (เพราะได้ยินบทสนทนาของตง) รู้ว่าไม่ใช่ออกัส (เพราะแสงเป็นอีกคนที่ได้ยินคำสารภาพของออกัส)

- สงสัยเพียงฟ้ากับเอพริลที่ยืนดูมีพิรุธ

- คนที่โวยวายขึ้นมาคนแรก กลับเป็นกัญ (ไม่ใช่เท็นหรือน้ำน่านอย่างที่แสงคาดไว้แต่แรก)

- บีนปลอบให้ออกัสใจเย็นๆ เท็นวีนแตก ปั้นทรายเตือนสติออกัสว่าใจร้อนไปนะ

- เพียงฟ้าออกมายอมรับผิดว่า ตนเองมีส่วนร่วม แต่ก็เตือนว่าไม่ควรไปว่าเฟิร์นแบบนั้น

- น้ำน่านด่าออกัส บอกให้ตามออกไปขอโทษเฟิร์นเลย ซึ่งออกัสก็ออกไปโดยไม่พูดอะไรกับใคร

- เท็นกับโมราจะเดินตามออกไป (กลัวออกัสตวาดเฟิร์นอีก) แสงเห็นท่าไม่ดี (และมองว่าเป็นเรื่องของคนสองคน) เลยกะจะไปปราม แต่ไม่ทันที่ตงฉุดโมราไว้ก่อน

- โมรายังคงยืนยันว่าจะต้องออกไปตามเฟิร์นในฐานะเพื่อน แต่ตงว้ากกลับว่าไม่ใช่เรื่องของโมรา ก่อนย้ำอีกรอบว่า "นี่เป็นเรื่องของคนสองคน"

- กัญหันไปสบตาแสงว่าเข้าใจอย่างที่ตนเข้าใจไหม (ว่าสองคนนี้ชอบกัน) แสงก็พยักหน้า

- กัญเลยบอกว่าไม่ต้องไปตาม โมราเข้าใจ แต่เท็นยังดึงดัน แล้วถามว่าทำไมถึงเป็นเรื่องของคนสองคน

- กัญตัดบทไปว่าเดี๋ยวเท็นโตขึ้นจะเข้าใจเอง เท็นเลยหันไปถามแสง แสงอธิบายแต่เท็นก็ไม่เข้าใจ

- สุดท้ายแสงเลยถามกลับว่า 'หรือเท็นอยากเป็นมือที่สามครับ' (แสงแรงส์)

- พอเคลียร์สาวๆ เสร็จ ตงก็หันมาจัดการเรื่องรูปต่อ ส่งจอกไปยึดมือถือเอพริลมา แต่ไม่ทันแย่งรูป เอพริลที่สติแตกวิ่งฝ่าก๊อกกับรักออกไปชนครูเอิร์ธ

- รูป 'สองใบ' หล่นต่อหน้าครูเอิร์ธ

- ครูเอิร์ธเห็น ยิ้มทะมึน เลยขอ (ยึด) รูปนั้นไป

- เฟิร์นกับออกัสกลับมาพอดี เฟิร์นสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตงตัดบทตอนกริ่งดังว่าเรื่องมันยาว

- ท้ายคาบวรรณกรรมอังกฤษ เฟิร์นถามครูกชเกี่ยวกับ 'ไบ' แสงเลยคิดว่าเฟิร์นคงเริ่มเข้าใจอะไรผิดๆ อีกตามเคย

- หลังเลิกเรียน แสงบังเอิญได้ยินออกัสกับตงคุยกันถึงเรื่องวันนี้ ออกัสดูเหนื่อยล้ามาก แต่ก็หายโกรธเอพริลกับเพียงฟ้าที่มาขอโทษตนอีกรอบ

- ตงถามออกัสว่าโอเคขึ้นยัง ออกัสเหมือนทำใจได้ เลยกลับมาเรื้อนว่า 'อย่างน้อยมาร์สก็หน้าตาดี'

- แสงที่ประมวลผลความรู้สึกของเฟิร์น กับออกัส เลยคิดว่า กว่าสองคนนี้จะลงเอยคงอีกนาน (ถ้าออกัสยังทำตัวแบบนี้อยู่)

- แต่ก็คงไม่เข้าไปยุ่งหรือช่วยอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องของตน

 

====================================================

 

Talk:

จบแล้ววว (ในส่วนของพร) กับมหากาพย์ฟิคจูบนี่

ทิ้งช่วงไว้ 10 เดือนได้... ต้องขอโทษทุกท่านนะคะที่พรดองไว้นานมากๆ ถึงมากที่สุด

ในตอนสุดท้าย ที่ตัดสินใจเลือกให้ฟิคนี้อยู่ในมุมมองของแสง เพราะเห้นว่าแสงดูเป็นคนที่น่าจะ 'อ่าน' คนออกมากที่สุดค่ะ กะตรงดีบีเขียนว่าแสงชอบสังเกตคน เลยให้มาอยู่ในจุดที่ 'รู้ว่าทุกคนคิดอะไร แต่ไม่พูดเพราะไม่ใช่เรื่องของตัว'

ฟิคนี้ท้าทายพรตรงที่ต้องแสดง 'อีกด้าน' ของคาร์แต่ละคนให้เห็นออกมาโดยที่ 'ไม่หลุด' จากความเป็นคาร์ค่ะ งานนี้เลยต้องขอขอบพระคุณผปค.ทุกท่านที่ให้คำแนะนำมามากๆ นะคะ

ทิ้งท้ายในส่วนคาร์ของแต่ละคนที่พรสนใจเป็นพิเศษ

ในส่วนของกัญนี่ น่าจะเป็นอีกคนที่อ่านคนออกง่าย แต่ติดว่าตอนแรกระเบิดเพราะเป็นห่วงเพื่อน แต่พอมีสติกลับมาแล้ว กัญก็เป็นอีกคนที่คุมสถานการณ์อยู่

เท็นนี่ยังเป็นเด็กน้อย 'ไม่ประสาเรื่องความรัก' เพราะฉะนั้นการแสดงออกของเท็นเลยออกมาเป็นเด็กๆ ที่ทำอะไรไปใช้ความรู้สึกของตนคิดแล้วไม่ได้มองถึงสถานการณ์รอบด้าน

โมราก็รักเพื่อนมาก เลยทำให้มีหลุดจากมุมตุ๊กตาหน้ายิ้มบ้างค่ะ ปั้นทรายนี่ก็ให้เห็นว่าพอไม่ใช่เรื่องที่กระทบตนเองนั้น ตัวเองก็เป็นคนเตือนสติเพื่อนได้ เพียงฟ้าก็เป็นคนยอมรับผิดในสิ่งที่ตนเองก่อไว้ เอพริลก็จะเรียนรู้ว่าสิ่งที่ตนทำ บางครั้งก็สร้างผลกระทบต่อคนอื่นมากกว่าที่ตนคิด

ส่วนคาร์ที่เขียนแล้วกลายเป็นมีบทบาทที่สุด ก็หนีไม่พ้นอาตี๋ตงอีกตามเคยค่ะ งวดนี้ตงพระเอกได้อีก แล้วก็สะท้อนว่าจริงๆ แล้วตงเห็นออกัสเป็นเพื่อนสนิทจริงๆ แม้จะกัดๆ กันแบบนั้นก็เหอะ

แล้วก็ทิ้งท้ายด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเฟิร์นกับครูกชว่า เฟิร์นค่อนข้างสนิทกับครูกช และกล้าปรึกษาอะไรมากกว่าเพื่อนหรือครูคนอื่นค่ะ

 

สำหรับปริศนาว่า รูป 'อีกใบ' ที่หล่นต่อหน้าครูเอิร์ธนั้น (นอกเหนือจากรูปมาร์สจูบกัส) คืออะไรนั้น ขอโยนกลองให้ @daejeonastronomy  ไปไขปริศนาต่อนะคะ

แล้วก็ถ้ายังไง รอติดตามชมฟิคประมวลเหตุการณ์ในมุมมองของโมราได้ จากผปค.โมราค่ะ @moramora 

 

สำหรับคราวหน้าจะเป็นฟิคอะไรนั้น ถ้าไม่ติดขัดอะไร จะขอสลับtimeline ล่วงหน้าไปเป็นช่วงม.ห้า เทอมหนึ่งนะคะ

 

แล้วพบกันอีกไม่นานเกินรอค่า