[CS-MS] เรื่องไม่คาดฝัน

posted on 15 Jul 2014 00:12 by fern-cubic4 in FERN-MS

entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ


 

=============================================

 

[MS] เรื่องไม่คาดฝัน


Timeline: วันพฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน 2555


Character: พันปิยะ(ตง) มณฑกาญจน์(โมรา) ศรันฉัตร(เฟิร์น) สิงหา(ออกัส) ก้องภพ(พี่ก้อง)


Other: นันทนัท(น้ำน่าน) สิมิลัน(ปั้นทราย) ศฤคาล(จอก) ฐณาธร(ก๊อก) ณัฐปกรณ์(รัก) อังคาร(มาร์ส) ยุทธศาสตร์(ปืน)

 

Entry ที่เกี่ยวข้อง: [MS] รุก... [Read]

 

Note:  หลังจากคั่นเวลามาซักพักแล้ว เราจะพาทุกท่านเข้าสู่ช่วงซีเรียสกันบ้างละค่ะ

 

เมื่อพายุฝนมาเยือนพร้อม ๆ กับแขกที่ไม่คาดฝัน กระตุ้นปมในอดีตของใครบางคน

 

ปล. ขอบคุณ @moramora @376sec @august-8 นะคะที่คอยเช็คคาร์กับแนะแนวทางให้

 

เชิญทัศนาค่า ^ ^

 

=============================================

 

ช่วงสอบปลายภาคยังคงเป็นช่วงเวลาแห่งความทรมานของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายฉันใด สำหรับพันปิยะแล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรออกไปฉันนั้น แม้พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการสอบ หากในเวลาไม่ถึงปีเขาจะต้องเข้าสู่สมรภูมิแห่งการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นอุดมศึกษา คงจะดีกว่าหากเขาฟิตเกรดเฉลี่ยไว้พร้อมสำหรับการสอบตรงในคณะที่เขาหมายตาไว้

 

และดูเหมือนไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดแบบนั้น แทบทุกคนในห้อง ไม่เว้นพ่อตัวป่วนประจำห้องอย่างสิงหาก็ดูจะคร่ำเคร่งกับการสอบ...กว่าปกติวิสัยของมัน แต่ในวันนี้ สิ่งที่มันทำอยู่ในตอนนี้คือนั่งเสก็ตภาพกระดาษอย่างคร่ำเคร่ง ภายหลังจากที่เดินไปส่งศรันฉัตรยังห้องสมุด

 

เมื่อเทียบกับช่วงมิดเทอม ทุกสิ่งจะยังละม้ายคล้ายกับที่เคยเป็น หากพันปิยะก็สัมผัสได้ ตามประสาคนช่างสังเกต ว่ามีสิ่งที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป นัยน์ตาเล็กรีของพันปิยะเหลือบมองเพื่อนสนิทตัวดีที่นั่งวาดรูป ไม่ใช่แค่มันหรอกที่เห็นโลกเป็นสีชมพูในช่วงนี้ แล้วไม่ใช่ว่าในห้องนี้จะเกิดศึกชิงนางเพียงคู่เดียว

 

หันไปเห็นนันทนัทที่เดินเริงร่าออกไปกับสิมิลัน โดยศฤคาลกับฐณาธรเดินตามหลังต้อย ๆ ใครจะคาดว่าสองหนุ่มติ๋มเพื่อนรักจะเปิดศึกชิงนางกันอยู่เงียบ ๆ แต่น่าแปลกที่แม่ตัวแสบกลับไม่ทันเอะใจอะไรเลยแต่น้อย

 

แม่สาวตัวดีอย่างสิมิลันก็ใช่ ความที่อยู่ชมรมเดียวกันกับเขา ทำไมเขาจะไม่สังเกตเห็นว่า เจ้าหล่อนดูมีความนัยบางอย่างกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ริจะจีบคนแก่...

 

แต่สิ่งที่ดูจะเปลี่ยนแปลงมากอย่างสังเกตเห็นชัด ก็คงหนีไม่พ้นท่าทีของศรันฉัตร ที่เคร่งขรึมลง และไม่เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อน ๆ มาติวเหมือนที่ผ่านมา ร้อนให้ณัฐปกรณ์ต้องเป็นคนริเริ่ม...

 

และที่แปลกที่สุด คือในการติวครั้งนี้ แม้จะมีญาติผู้พี่ของกัมปนาทจากญี่ปุ่นมานั่งส่งยิ้มมึน ๆ แต่หากไร้เงาของอังคาร โดยที่ศรันฉัตรก็ไม่ได้พูดถึงเด็กหนุ่มเชื้อสายฟินนิชเลยแม้แต่นิดเดียว

 

เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจ นึกสงสารสิงหากลาย ๆ ไหนจะแผนการเดทที่ไม่เป็นไปอย่างที่คิด กระนั้น เจ้าตัวดูจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ซึ่งพอเจ้าตัวเล่าเหตุการณ์ตอนไปเดทให้ฟัง พันปิยะเลยถึงบางอ้อว่าทำไมสิงหาถึงได้ดูดี้ด้ามากออกปานนั้น

 

 

“แหมะต่งต๊ง มองแบบนี้นี่อยากจะรื้อฟื้นวันวานยังหวานของเราก็บอก~”

 

 

น้ำเสียงเย้าแหย่กระตุกต่อมประสาทพันปิยะ นัยน์ตาเล็กยิบหยีวาวโรจน์ เด็กหนุ่มแค่นลมพรืด สิ่งเดียวที่รั้งไม่ให้เขาเอาใจช่วยสิงหาเต็มร้อยเปอร์เซ็นก็เห็นจะด้วยนิสัยของมัน...ซึ่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ดูจะเป็นผลมาจากพฤติกรรมของสิงหานี้ด้วย

 

 

มันน่านัก...

 

 

“ขยันแบบนี้คิดจะเอารางวัลจากเฟิร์นอีกเหรอไง”

 

“ถ้าได้ก็ดีสิน้า...”

 

น้ำเสียงสิงหาแม้จะเริงร่าแต่ก็แฝงความกังวลบางอย่าง พันปิยะเลิกคิ้ว ปากคันยิบ ๆ อยากจะพูดในสิ่งที่ตนคิด แต่ก็ยั้งไว้เพราะแลดูไม่เกิดประโยชน์กับอีกฝ่ายเท่าไร เด็กหนุ่มเลยเลี่ยงไปพูดถึงงานที่สิงหากระวีกระวาดปั่นอยู่

 

“แล้วนี่นายทำไรอยู่ เก็บพอร์ต?”

 

“ช่ายแล้ว นายอ่านสังคมจบแล้วเหรอ”

 

“อือ”

 

พันปิยะก้มมองหนังสือที่เปิดค้างไว้ เลคเชอร์วิชาสังคมศาสตร์ของอาจารย์นพพร วิชาที่เป็นไม้เบื่อไม้เบากับเขามากที่สุด ยังดีที่เนื้อหาเทอมนี้เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ ซึ่งตรงกับสิ่งที่เขาชอบ เลยทำให้เขามั่นใจยิ่งกว่าเทอมไหน

 

ท้องฟ้าสลัวแสง บ่งบอกว่าค่ำนี้เม็ดฝนคงพร่างพรายทั่วประเทศ อากาศอ้าวของปลายฤดูฝนทำพันปิยะเหนียวตัวอยู่ไม่น้อย

 

“ตง” กลับเป็นฝ่ายสิงหาที่เปิดประเด็นก่อน “นายว่าเฟิร์นดูซูบ ๆ ไปมะ”

 

“เราว่าเฟิร์นก็ซูบทุกครั้งที่มีสอบนะ”

 

พันปิยะตอบรับ แต่อีกใจก็รู้สึกว่าคราวนี้ศรันฉัตรดูซูบผอมมากจนเป็นที่สังเกต รอยคล้ำใต้ตาปรากฏให้ชัดเช่นเดียวกับทีท่าเหนื่อยอ่อน

 

“ไม่ค่อยกินข้าวด้วยล่ะ ฉันชวนไปโรงอาหารก็ไม่ยอมไป เห็นน่านว่าซื้ออะไรมาฝากก็ไม่ยอมกินอยู่ดี”

 

“ไม่ใช่ว่าเฟิร์นรังเกียจนายหรอกนะ..”

 

พันปิยะอดไม่ได้ที่จะแซวกลับ สีหน้าที่ดูเจื่อน ๆ ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมายิ้มระรื่นก็บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวก็รับรู้ถึงความผิดปกตินี้

 


อย่างว่าล่ะ ถึงจะรำคาญมันแค่ไหน ท้ายสุดเขาก็อยากให้มันสมหวังอยู่ดีนั่นเอง 

 

 

“สอบเสร็จก็คงหายล่ะมั้ง นายก็ดูแลดี ๆ อย่าไปทำให้เฟิร์นปวดหัวมากกว่านี้ล่ะกัน”

 

=============================================

 

ลมพัดหวีดหวิวหอบพัดใบไม้แห้งปลิวว่อนทั่วบริเวณ พันปิยะเดินฝ่าสายลมอ้าว มุ่งไปยังที่จอดรถ หากภาพเด็กสาวผมแกละที่เดินออกจากห้องสมุดมาก็ทำให้เขาหยุดชะงัก นัยน์ตาจับจ้องยังกองหนังสือหนา ๆ บุคคลที่แม้พรุ่งนี้จะเหลือการสอบเพียงวิชาเดียว แต่ก็ยังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือจนกล่าวได้ว่าคงเท่ากับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นรวมกัน

 

หากเมื่อเหลียวมองนาฬิกา คิ้วเหนือนัยน์ตาเล็กก็ขมวดนิ่ง รถรับส่งนักเรียนเที่ยวสุดท้ายเพิ่งออกไปได้ห้านาทีเศษเท่านั้น

 

“ยังไม่กลับเหรอเฟิร์น”

 

“อื้ม พอดีวันนี้พ่อมาแถวนี้น่ะ เลยแวะมารับ นี่ใกล้จะถึงแล้วล่ะตง”

 

สมองครุ่นคิดไปยังพ่อตัวดี เสียดายที่สิงหาชิงกลับไปพร้อมรถโรงเรียนแล้ว ไม่นั้นเจ้าตัวคงต้องรีบปรี่ไปอาสายกข้าวของของเจ้าหล่อนทันทีที่เห็นสาวเจ้าด้วยซ้ำ

 

หากบทสนทนาตอนก่อนหน้า กับภาพความอ่อนล้าของศรันฉัตรก็ทำเขาอดสงสารไม่ได้ พันปิยะตัดสินใจแบ่งกระเป๋าชีทของศรันฉัตรมาหิ้วให้ ไม่สนคำทักท้วงของเพื่อนร่วมห้อง แล้วสาวเท้าเดินไปยังหน้าประตูโรงเรียน

 

“เฟิร์นดูซูบ ๆ นะ เครียด ๆ ด้วย” พันปิยะเปิดประเด็นตามประสาคนตรงไปตรงมาอย่างไม่รอช้า “อ่านหนังสือเยอะไปไหม แล้วนี่ได้กินข้าวบ้างไหมเนี่ย”

 

คำถามถูกยิงรัวจนศรันฉัตรได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ความตรากตรำตลอดเดือนทำให้เจ้าหล่อนต้องตั้งสติ ก่อนจะเอ่ยตอบพันปิยะทีละคำถาม ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ปิดไม่อยู่ว่าตัวเธออ่อนล้าแค่ไหน

 

“ก็..ช่วงสอบน่ะ เลยกินอะไรไม่ค่อยจะลงเท่าไร”

 

เด็กหนุ่มชายตามองร่างเพื่อนสาวพลางถอนใจ ความเคร่งเครียดยังคงสถิตย์แน่นอยู่กับศรันฉัตร และทวีคูณมากขึ้นยิ่งกว่าเทอมก่อนด้วยซ้ำ

 

 “ดูแลตัวเองบ้างนะ มีคนเขาเป็นห่วง”

 

พันปิยะกระแอมเมื่อนัยน์ตาเหนื่อยอ่อนของศรันฉัตรหันมามอง

 

“หมอนั่นมันเป็นห่วงเฟิร์นมากนะ...”

 

“อืม...”

 

สีหน้าเด็กสาวขึ้นสีเรื่อจาง ๆ ก่อนจะกลับมาซีดเผือด ดูท่าเรื่องที่เจ้าหล่อนถอยห่างจากสิงหา คงไม่ได้มาจากความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างที่เคยเกรงไว้ในตอนแรก

 

“แล้วก็ไม่ใช่หมอนั่นคนเดียว เพื่อน ๆ ทุกคนก็ห่วงเฟิร์น พรุ่งนี้ตอนไปบ้านปั้นก็กินให้เยอะ ๆ หน่อยละกัน”

 

“อื้ม”

 

ความเงียบคงเข้าปกคลุมคนทั้งคู่จนกระทั่งมาถึงหน้าโรงเรียน ยืนรอเพียงครู่หนึ่งรถยุโรปสีดำสนิทก็เทียบมาจอด พันปิยะส่งกระเป๋าชีทให้ศรันฉัตรที่เอ่ยขอบคุณเบา ๆ เสียงฟ้าร้องดังจากที่ไกล ๆ ศรันฉัตรนิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วเข้มขมวดนิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่เขาไม่คาดคิด

 

“แล้วนี่ตงจะกลับยังไง...ฝนใกล้ตกแล้ว”

 

“มอเตอร์ไซค์ล่ะ คงถึงบ้านก่อนฝนตกละมั้ง”

 

แว่บนึงที่เขาเห็นแววสะท้านแผ่ซ่านจากนัยน์ตาสีเข้ม ที่ค่อย ๆ หุบลง ละม้ายระลึกถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะกลับมานิ่ง เศร้าเหมือนทุกครั้งที่มอง

 

 

“...ขับรถระวัง ๆ ด้วยนะตง”

 

 

น้ำเสียงแผ่วเบาเอื้อนเอ่ย ก่อนร่างจะลับขึ้นรถคันใหญ่ พันปิยะยืนมองรถสีดำแล่นลับหายไป คำพูดแปลกประหลาดยังคงก้องอยู่ในหัว ที่ชวนเขาขนลุกนิด ๆ แต่ก็เดาว่าเจ้าหล่อนคงเอ่ยเตือนเขาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

 

หากแต่เมื่อเดินมาถึงที่จอดรถ เขาก็ไม่ลังเลที่จะหยิบหมวกกันน็อกขึ้นครอบศีรษะ ไม่ใช่เพียงเพราะกลัวโดนปรับหรืออะไร

 

 

หากสิ่งที่ทำให้เขายังไม่ออกรถไปนั้น คือร่างของเด็กสาวอีกคน คนที่เขาไม่คาดว่าจะยังอยู่โรงเรียนในเวลานี้ ผมสีแปลกของเจ้าหล่อนสะดุดตาแม้ยามแสงตะวันจะถูกบดบังด้วยเมฆครึ้มสลัว หากแต่ท่าทีที่ร้อนรนผิดวิสัยทำเขานึกห่วง จนเขาวางหมวกกันน็อกลงแล้วรีบสาวเท้าไปหา

 

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าโม..”

 

=============================================

 

ใบหน้าสะสวยที่หันกลับมามีวี่แววร้อนใจ นัยน์ตาปรายไปยังประตูทางเข้าโรงเรียน เมื่อพันปิยะมองตาม ก็สังเกตเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เจาะหู โดยรวมจัดว่าหน้าตาดีคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากแท็กซี่ที่จอดไว้นัก แววตาชายหนุ่มมีแววลุแก่โทษ ก่อนจะเอ่ยประโยคออกไป

 

“โมรา..โมราใช่ไหม นี่พี่ก้องนะ จำได้หรือเปล่า...”

 

“ค่ะ... พี่ก้อง” น้ำเสียงของมณฑกาญจน์แผ่วเบา หากนัยน์ตายังคงเบิกกว้าง “มีธุระอะไรกับโมเหรอคะ...”

 

ชายหนุ่มที่ชื่อก้องคนนั้นพยักหน้า ขยับตัวมาใกล้เขาทั้งสองคนมากขึ้น พันปิยะได้แต่มองผู้มาเยือนอย่างไม่ไว้ใจ ปนประหลาดใจกับสรรพนามที่มณฑกาญจน์เรียกใช้แทนตัว

 

 

เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเจ้าหล่อนเรียกแทนตัวแบบนี้

 

 

“โมราพอจะมีเวลาไหม พี่มีเรื่องอยากจะคุยด้วย...”

 

นัยน์ตาคมปลาบหันมาจับจ้องเขาอย่างประเมินครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อนิ่ง ๆ

 

 

“เรื่อง...ส่วนตัว...”

 

 

พันปิยะหันไปมองมณฑกาญจน์อย่างเป็นห่วง ดูจากคนที่มาเยือนแล้ว คงไม่ใช่คนที่เพื่อนของเขาอยากต้อนรับเท่าไรนัก แต่เมื่อเด็กสาวหันมาส่งยิ้มจาง ๆ ให้ ทำเขาพยักหน้า ก่อนจะถอยห่างจากสองคนนั้น หากแต่ยังอยู่ในรัศมีที่สามารถสังเกตการณ์ได้แน่ชัด

 

ความอึดอัดที่สัมผัสได้ เช่นเดียวกับแววกังวลที่ฉายบนใบหน้าสวยจัดยิ่งกว่าครั้งไหน สถานการณ์ดูเลวร้ายลงเมื่อชายหนุ่มคนนั้นผายมือไปทางแท็กซี่ บ่งบอกว่าจะพาเพื่อนของเขาไปที่ไหนซักแห่ง พันปิยะรีบสาวเท้า ยอมเสียมารยาทเอ่ยแทรกคนทั้งสอง

 

 

“โมจะไปไหนเหรอ ให้เราไปส่งมั้ย...”

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลหันมาสบเขาอย่างขอบใจ ก่อนจะเบือนไปหารุ่นพี่จากโรงเรียนเก่า ที่มาพร้อมข่าวร้ายเธอไม่คาดฝัน

 

“พี่ก้องคะ ไปก่อนได้เลยค่ะ แล้วโมจะรีบตามไป...”

 

ชายหนุ่มคนนั้นดูลังเลอยู่ครู่ หากแต่ก็ถอนใจ เมื่อแววตาของมณฑกาญจน์บ่งบอกชัดในสิ่งที่เธอเลือกไว้

 

“โอเค นั้นพี่ล่วงหน้าไปก่อนล่ะ เจอกันที่ ‘นั่น’ ละกันนะ”

 

ชายหนุ่มเอ่ยก่อนขึ้นรถแท็กซี่จากไป ทิ้งคนทั้งสองยืนอยู่เคียงกัน กับบรรยากาศเงียบงันอันชวนอึดอัดใจ

 

หลายวินาทีผ่านไป กว่ามณฑกาญจน์จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิวและสั่นน้อย ๆ

 

...กับคำร้องขอ ผิดวิสัยคนขี้เกรงใจอย่างเจ้าตัว...

 


“ตง.. ไปกับเราได้...ใช่ไหม” 

 

 

“อื้อ...ได้สิ”

 

พันปิยะเอ่ยพลางไปจูงมอเตอร์ไซต์คู่ใจมาจอด สวมหมวกกันน็อกคอยท่า หากมณฑกาญจน์ยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าซีดเซียวจนเกือบขาวโพลน พันปิยะถือวิสาสะดึงกระเป๋านักเรียนของเจ้าหล่อนมาใส่ตระกร้าหน้ารถ ยื่นหมวกกันน็อกอีกใบให้ ก่อนเอ่ยถามอีกครั้ง

 

 

“ไม่อยากไปแล้วเหรอโม...”

 

 

เด็กสาวส่ายหน้า แต่รับหมวกกันน็อกมาสวมใส่ก่อนเดินขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซต์คันสีน้ำตาล กระนั้นมือที่เอื้อมมาสัมผัสเอวของพันปิยะทั้งเย็นเฉียบและสั่นระริกจนเจ้าตัวรู้สึกได้

 

 

“ไปกันเถอะ...”

 

 

เสียงสั่นเครือเอ่ยแผ่ว ก่อนจะบอกจุดหมายปลายทาง นัยน์ตาของพันปิยะเบิกกว้างขึ้นนิด ๆ แต่ก็พยักหน้ารับ แล้วบิดคันเร่งมุ่งสู่สถานที่อันเป็นเป้าหมาย...ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องครืน ๆ สลับกับแสงฟ้าแล่บเป็นระยะ สายลมต้องร่างทั้งสองที่ทะยานมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝนที่เริ่มพร่างพรู

 

 

...พายุฝนที่ไม่มีใครคาดคิดได้ก่อตัวขึ้นแล้ว...

 

=============================================

 

สรุป:

- ช่วงสอบปลายภาคมาถึง เฟิร์นไม่เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนมาอ่านหนังสือเหมือนเคย โยนให้รักทำไป แถมมาร์สก็ไม่มาติวเหมือนทุกครั้ง

- ตงนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบตัวสุดท้ายที่ห้องเรียน ขณะที่ออกัสอ่านจบแล้วนั่งดรออิ้งเก็บพอร์ต

- ออกัสขยันขึ้น จนตงแซวว่าจะเอารางวัลจากเฟิร์นอีกเหรอ ออกัสยิ้ม ๆ แม้ในใจรู้สึกว่าเฟิร์นดูนิ่งกับตนมากกว่าเดิม หลังจากเหตุการณ์นั้น

- แม้จะปวดเศียรกับออกัส แต่ตงก็เอาใจช่วยออกัสอยู่ไม่น้อย

- ออกัสเปรยเรื่องที่เฟิร์นดูเครียด+ซูบผอมไป ตงแซวว่าเพราะออกัสไปก่อกวนหรือเปล่า แต่ในใจก็เห็นด้วยกับที่ออกัสพูด

- ตอนจะกลับบ้าน เจอเฟิร์นเดินออกจากห้องสมุดพร้อมหนังสือ เลยช่วยแบกไปส่งให้ที่รถ

- เปรยเรื่องที่เฟิร์นซูบลง ย้ำว่า "มีคน" เป็นห่วง เฟิร์นตอบเพียงว่า ตนเครียดเรื่องสอบเท่านั้น

- ก่อนแยกกัน จู่ ๆ เฟิร์นเตือนตงให้ขับรถระมัดระวัง ตงก็ตอบรับแต่โดยดี

- แต่ไม่ทันจะได้กลับบ้าน ตงเห็นโมราเดินมา หน้าตาดูตื่น ๆ เมื่อหันไปก็เจอกับคนแปลกหน้า ที่โมราเคยรู้จักมาก่อน

- "พี่ก้อง" ขอคุยกับโมราเป็นการส่วนตัว ตงยืนคุมเชิงเพราะเห็นสีหน้าโมราดูไม่สู้ดี หลังคุยเสร็จ โมราดูวิตกหนักกว่าเก่า

- พี่ก้องทำท่าจะพาโมราไปที่แห่งหนึ่ง ตงเลยเข้ามาขวาง (เพราะเห็นสีหน้าเพื่อนไม่สู้ดี) อาสาตัวให้ โมราเลยขอให้พี่ก้องล่วงหน้าไปก่อน ตนเองจะรีบตามไป

- พอพี่ก้องไปแล้ว โมราลังเลอยู่นานกว่าจะยอมขึ้นมอเตอร์ไซค์ตง

- มือของโมราที่จับเอวตงเย็นเยียบและสั่นระริกในคราวเดียวกัน

- ว่าแต่โมราจะไปที่ไหนกัน... ไปตามทวงจากแม่โมรานะคะ ^ ^

 

=============================================

 

Talk:

 

จู่ ๆ ไฟเขียนฟิคนี้มา เลยขออนุญาตลัดคิว HB มาลงก่อนล่ะค่ะ

 

ฟิคนี้เป็นเหมือนปฐมบทกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบมาก ๆ กับตัวละครสองตัวด้วยกัน...

 

คนแรกนี่คือโมรา... ส่วนคนที่สองก็คือเฟิร์นนี่ล่ะค่ะ

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่จะเป็นการปูพื้นไปเพื่อคลายปมปัญหาของทั้งสองคนในอดีตนะคะ

 

ในส่วนของเหตุการณ์ที่โมราไปกับตงนั้น เราคงจะไม่ได้มีโอกาสเขียนเจาะลึกลงไป ถ้ายังไงลองทวงฟิคจากผปค.โมราดูนะคะ ^ ^

 

แต่ถ้าไม่อยากรอ สามารถอ่าน SPOIL ได้ดังนี้ค่ะ

 

พี่ก้องมาพาโมราไปเยี่ยมอดีตเพื่อนสนิทสมัยม.ต้น แต่พื่อนคนนี้ชอบพี่ก้อง แต่พี่ก้องให้ความสนใจโมรา ทำให้โมราโดนบอยคอต เลยตัดสินใจย้ายมาเรียนยังโรงเรียนลูกบากศ์ค่ะ


ต่อมาเพื่อนคนนี้คบกับพี่ก้อง แล้วเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน จนตั้งท้องและแท้งในเวลาต่อมา หากพี่ก้องก็ทิ้งนางไป ด้วยความที่นางเสียใจมาก ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวทางจิตเวช พี่ก้องเลยต้องเข้ามาดูแล

 

และลึก ๆ นางรู้สึกผิดต่อโมรา และมักจะพูดถึงโมราบ่อย ทำให้พี่ก้องตัดสินใจพาโมราไปเพื่อปรับความเข้าใจกับเพื่อนคนนี้ค่ะ

 

แต่กว่าจะตามหาโมราเจอ ก็ใช้เวลานานหลายเดือน เพราะโมราตัดการติดต่อจากเพื่อนเก่าทั้งหมด และที่บ้านโมรากันไม่ให้พี่ก้องเจอโมราค่ะ

 

นอกจากนี้ เหตุการณ์ช่วงม.ต้นทำให้โมรายังไม่เปิดใจเรื่องเพื่อนกับคนในโรงเรียนลูกบาศก์ร้อยเปอร์เซ็นนะคะ

 

สำหรับฟิคหน้า คงจะขอย้อนกลับไป HB ก่อนค่ะ แล้วพบกันอีกไม่นานเกินรอนะคะ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

โอวววววววว ดราม่าครั้งใหญ่เตรียมก่อตัว
น่าเป็นห่วงทั้งเฟิร์น ทั้งโมราเลยแฮะ
สัมผัสบรรยากาศหม่นในฟิคนี้ ส่วนผสมทั้งสอบ ทั้งดราม่า ทั้งครึ้มฟ้าครึ้มฝน
ตงเท่อ้ะ
@crazy-girl-god ตงน่ารักเนอะ ตงงงง <3

@august-8 เออ ชะปะแก แต่ฉันคิดว่าข้อหลังมากกว่า 5555555555555

#3 By Fern-CS#4 on 2014-07-27 01:14

ตงนี่มันตงจริงๆ
พ่อคุณศิราณีมั่กๆ 
หรือจะบอกว่าเป็นแม่บ้านตามติดละครหลังข่าวดี55

#2 By august on 2014-07-16 21:25

ค้างอะ

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ


ป.ล.ตงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ♥♥ /ปาหัวใจใส่

#1 By CraZy-GirL-GoD on 2014-07-15 00:44