[HB] File003 : ออกเดินทาง

posted on 07 Jul 2014 23:28 by fern-cubic4 in HB

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop

 

=====================================

 

[HB] File003 : ออกเดินทาง


Timeline: วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2557


Character: ณชนก(อี้) มนิตา(ตา) ณภัทร(ไอ) กุมภา(ภา-CS)


Other: นนทรี(นนท์) ณเดชน์(เอก) อดิศร(อาร์ม) อัศวิน(วิน) สิงหา(ออกัส)

 


ท่ารถตู้โดยสาร จังหวัดอุบลราชธานี 

 

 

“อากาศหนาวชิบ...”

 

กุมภาบ่นพลางกระชับเสื้อหนาวสีสดเข้าหาตัว สายลมเย็นยะเยือกริมฝั่งแม่น้ำโขงบวกกับอุณหภูมิลดต่ำกว่าสิบห้าองศาทำคนขี้หนาวตัวสั่นระริก ผิดกับณชนกที่ดูจะยืนสบาย ๆ ด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตบาง ๆ สีสด อย่างคนที่เคยชินกับอากาศหนาว

 

“หนาวอะไรล่ะ จิ๊บ ๆ เอง แต่ก็นะ ที่นี่หนาวกว่ากรุงเทพละมั้ง แต่ตอนจะขึ้นเครื่องก็หนาวอยู่เหอะ”

 

“หนาวแบบนี้อีกัสมันไม่อาบน้ำไปโรงเรียนแน่”

 

กุมภาว่าพลางหยิบไอโฟนขึ้นมาส่งข้อความหาหลานชาย พฤติกรรมที่เพื่อนสาวทำเยี่ยงคุณแม่ห่วงลูกน้อยหอยสังข์ทำณชนกขำพรืด สบช่องที่จะแซวบ้าง

 

“แค่สี่วันเองภา มันไม่ตายหรอก โต ๆ กันแล้ว ถ้าแกห่วงมากขนาดนั้นไหงไม่เอามาด้วยวะ”

 

“แหมะ มันโตเป็นควายออกปานนี้ละ ไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะอยู่บ้านคนเดียวแล้วร้องหาแม่ซักหน่อย”

 

“ก็ดูแกทรีตเข้า...นังน้าเห่อหลาน

 

“ชะ ยังกับแกไม่โอ๋ตาเอก ขนาดตอนมันอยู่มหา'ลัยแกยังต้องโทรตามเช้าเย็นเลย นังพี่หวงน้อง

 

กุมภาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง ลอยหน้าลอยตากัดณชนกที่ยืนขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน จนปัญญาที่จะเถียงสู้ ในเมื่อสิ่งที่กุมภาพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง แต่ไม่ทันมวยยกสองจะเริ่มต้นขึ้น เสียงสวรรค์ของณภัทรก็ดังขึ้น พร้อมกับเสือกถ้วยกาแฟร้อนส่งให้ทั้งสองเป็นเชิงห้ามทัพ โดยมีมนิตายืนยิ้มแหย ๆ อยู่เบื้องหลัง

 

“เห้ย นี่ขนาดมาเที่ยวแกสองคนยังไม่เลิกกัดกันอีกเหรอ ฉันละอับอายขายหน้าประชาชี น้องตากลัวแล้วเหอะ กิน ๆ เข้าไปจะได้ไม่ว่างกัดกัน”

 

ทั้งสองหยิบแก้วจากณภัทรไว้ ณชนกหันไปส่งยิ้มกว้างเป็นเชิงขอโทษมนิตาที่ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อย ขณะที่ณภัทรเบือนหน้าหากุมภาแล้วถามคำถามที่เธอเพิ่งถามไป

 

“เออ แกไม่ชวนกัสมาด้วยละภา มันสอบติดแล้วนี่ จะโดดเรียนบ้างไม่เห็นเป็นไรเลย”

 

“ปล่อยมันไว้นั่นล่ะ ใกล้จะจบมอปลายเต็มแก่ละ มันคงอยากอยู่กับแฟนกับเพื่อนล่ะ มานี่หนาวจะตาย ขี้หนาวแบบนั้นคงแข็งตายก่อนเรียนจบว่ะ”

 

กุมภาว่าพลางจิบกาแฟ แม้จะไม่ใช่กาแฟเกรดดี แต่ไออุ่นกับคาเฟอีนก็ช่วยให้เธอคลายหนาว กลับมากระปรี้กระเป่าอีกครั้ง

 

“แล้วให้มันได้อยู่กับพ่อบ้างเหอะ ว่าแต่แกละไอ ไหงฉายเดี่ยววะ อาร์มล่ะ”

 

“ทำงาน... นัดช่างเอาเฟอร์นิเจอร์ไปส่งร้านพอดี อี้มันก็เลยวานให้คุมความเรียบร้อยระหว่างที่พวกเราไม่อยู่น่ะ”

 

 ณภัทรถอนหายใจเฮือก แท้จริงแล้ว เธออยากเอาแฟนมาด้วยแค่ไหนแต่ก็เห็นว่าการงานของอีกฝ่ายสำคัญ ในเมื่ออดิศรยืนยันมาแบบนี้เธอเลยได้แต่ยอม..

 

 

...แต่คิดอีกแง่หนึ่ง เธอก็เริงร่าที่จะได้มีโอกาสเที่ยวกับบรรดาเพื่อนสาวให้เต็มที่ด้วย

 

 

“เออ ใช่งานว่าที่น้องเขยซะคุ้มเชียวนะอีอี้ ไมแกไม่หาแฟนมาช่วยบ้างละวะ แหม ฉันยังขำเงื่อนไขแม่แกไม่หายเลย ถ้าตาม ๆ ใจแม่แกป่านนี้แกสบายกว่านี้ละ ใช้งาน 'คุณหมอ' ด้วยเหอะ”

 

กุมภาว่าพลางหัวเราะก๊าก หันไปเหน็บณชนกซึ่งอีกฝ่ายก็เกือบสำลักกาแฟใส่หน้ามนิตาที่ดูจะเหวอหนักกว่าเก่า กับปฏิกิริยาของหุ้นส่วน มาดที่เคยมีหลุดลุ่ยยามอยู่ครบแก๊งค์นางมาร

 

 

“ยัยภา!! แกจะพูดเรื่องนี้อีกทำไมหา!! พอ ๆ ใกล้เวลารถออกยังตา”

 

 

ณชนกแหวใส่กุมภาก่อนจะตัดบท หันไปถามเวลามนิตา ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบดูนาฬิกาข้อมือ

 

“อีกสิบห้านาทีค่ะพี่นก”

 

“ป่ะ จะโทรหาใครก็รีบทำซะนะ แนะให้ปิดโรมมิ่ง ไม่นั้นเจอค่าเน็ตไปหงายหลังแน่ ถึงจะเปิดโปรไว้ก็เหอะ แล้วพาสปอร์ตอะไรอยู่ครบปะ เดี๋ยวต้องใช้ตอนถึงชายแดน เช็คข้าวของด้วย จะเข้าห้องน้ำอีกรอบก็รีบ ๆ หนทางยังอีกยาวไกล”

 

ณชนกพูดตามวิสัยคนรอบคอบ พลางเช็คความเรียบร้อยของตน หยิบมือถือขึ้นมาปิดสัญญาณอินเตอร์เนต เพราะป้องกันเรื่องค่าบริการที่อาจเกิดขึ้น ก่อนมานี่ เธอกำชับอดิศรกับณเดชน์ว่าถ้าฉุกเฉินจริง ๆ ค่อยโทรหาเธอเอา ส่วนโปรเน็ตที่เปิดก็เผื่อไว้ตอนฉุกเฉินจริง ๆ

 

“ดุชิบ... ไอ ว่าง ๆ พาพี่สาวแกไปฉีดยาหน่อยนะ”

 

“ฉันได้ยินนะ... !!!”

 

ณชนกแหวใส่กุมภาที่ทำทีกระซิบกระซาบกับณภัทร โดยอีกฝ่ายได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา หากไม่เกรงใจมนิตาและผู้โดยสารคนอื่นแล้ว เธอก็อยากจะปล่อยเพื่อนและพี่สาวให้กัดกันให้รู้ผลจนแล้วจนรอด

 

“ขึ้นรถไปแกสองตัวเงียบ ๆ ด้วยนะ ฉันสงสารน้องตากับผู้โดยสารคนอื่น ไว้ลงรถเมื่อไรค่อยกัดกันไหม เวลามีอีกเยอะ โอเคปะ”

 

“เออ รู้แล้วล่ะ ฉันไม่ได้มานี่เพื่อเที่ยวอย่างเดียวเหอะ...”

 

ณชนกพึมพำเบา ๆ สำหรับณภัทรและกุมภา ทริปนี้อาจจะเป็นเพียงการท่องเที่ยวด้วยกันในรอบหลายปี แต่กับเธอและมนิตานั้น...คือเรื่องของงาน

 

 

...ส่วนการเที่ยวนั้นเป็นเพียงผลพลอยได้ก็เท่านั้น...

 

 

“เหลือเวลาหน่อย ไหน ๆ ละ ถ่ายรูปกันหน่อยเถอะอี้ ทริปแรกของพวกเราในรอบหลายปีนะ อุตส่าห์เอากล้องมาด้วยนี่นะ”

 

ณชนกนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ก็จริงอย่างที่น้องสาวฝาแฝดของเธอว่าไว้ และตัวเธอเองก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับก้าวแรกของความฝันนี้

 

เธอมองกุมภาฉุดมนิตาเข้าไปร่วมเฟรม ก่อนจะส่งกล้องให้ฝรั่งร่างสูงช่วยถ่ายรูปให้แก่พวกเธอทั้งสี่คน สายลมเย็นที่พัดผ่านหน้าสร้างความสดชื่นอย่างประหลาด

 


...ไม่มีแล้วเสียงเมลเรียกเข้า ไม่มีแล้วโทรศัพท์ถกปัญหาทางกฎหมายด่วนแม้ยามที่เธอลาพักร้อน...

 

 

รอยยิ้มกว้างจนตาหยีปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของเธอ เช่นเดียวกับบุคคลร่วมเฟรมทั้งสาม

 

 

...อิสรภาพช่างหอมหวานเช่นนี้นี่เอง...

 

=====================================


เมืองปากเซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

 

“พี่นกคะ แยกมานอนแบบนี้โอเคหรือเปล่าคะ”

 

ณชนกละจากการไดร์ผมผมหันไปมองมนิตาที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง อากาศหนาวเย็นจากริมฝั่งโขงลอยพัดจากทางหน้าต่างที่เปิดกว้าง

 

“โอเคสิจ๊ะ ทำไมเหรอ”

 

ปากเอ่ยถาม แต่ครั้นพอเห็นสีหน้าของหุ้นส่วน เลยถึงบางอ้อว่ามนิตากังวลเรื่องอะไรอยู่

 

“ไม่เป็นไรหรอกตา ให้สองคนนั้นเค้าไปตีกันเองอะดีแล้ว ขืนนอนห้องเดียวกัน พี่เกรงว่าพรุ่งนี้ญาติเราคงช็อกกับความโทรมพี่แน่ ๆ”

 

“...ห่ะ ๆ น้องสาวกับเพื่อนพี่นกนี่ดู...ครึกครื้นดีนะคะ”

 

“ครึกครื้นจนชวนปวดเศียรมากกว่าล่ะ เออตา มาถามเรื่องพรุ่งนี้หน่อยสิ สรุปเรานัดกับญาติตาตอนเก้าโมงเช้าที่ไร่เลยใช่เปล่า”

 

“ค่ะ นั่งรถออกจากเมืองไปราว ๆ ชั่วโมงครึ่งได้ เรื่องเวลานัดหมายหนูบอกพี่ไอกับพี่ภาไปแล้วนะคะ”

 

ณชนกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหมายกำหนดการที่จดบันทึกไว้ อ่านทวนอีกรอบ แล้วหยิบเรซูเม่ของญาติมนิตามาอ่านทวนอีกครั้ง แม้เนื้อหาคร่าว ๆ จะอยู่ในสมองของเธอเรียบร้อยแล้ว

 

ใบหน้าสะสวยของเด็กสาววัยต้นยี่สิบ กับประสบการณ์ตรงด้านนี้ ที่โชกโชนแลดูเกินอายุเจ้าตัว ก็เพียงพอที่ทำให้เธอสนใจ ตั้งแต่ก่อนจะรู้ว่าผู้สมัครรายนี้เป็นญาติกับมนิตาด้วยซ้ำไป

 

 

ติดก็อยู่บางจุด...ที่ทำให้เธออยากสัมภาษณ์ตัวต่อตัวซักรอบ ก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายนี่ล่ะ

 

 

“ตา ถ้ายังไม่ง่วง ช่วยบรีฟประวัติญาติเราให้พี่ฟังอีกทีได้ไหม”

 

“คะ?”

 

มนิตานิ่วคิ้ว นัยน์ตาจับจ้องเรซูเม่ในมือณชนก แทนคำถามว่าเอกสารที่ส่งมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของณชนกเหรอ

 

“คือพี่อยากฟังประวัติญาติเราจากมุมมองของเราบ้างน่ะ ฟังจากคนรู้จักแล้ว คงจะช่วยให้พี่เห็นภาพน้องเค้าได้ง่ายขึ้นไง”

 

“ก็" มนิตาครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง "‘นนท์’ ชอบกาแฟมากค่ะ นี่ไปเรียนด้านนี้มาจากอิตาลี่เลย พอจบแล้วก็ไปฝึกงานแถวแอฟริกาใต้ ก่อนจะวกกลับมาเอเชียนี่ล่ะค่ะพี่ ตลอดสามปีก็ขลุกอยู่แต่กับไร่กาแฟอย่างเดียวเลย”

 

ณชนกเดาะลิ้น เคาะกระดาษอย่างใจลอย ข้อมูลที่มนิตาเอ่ย ก็ไม่ได้ขยายในสิ่งที่เธออยากรู้เพิ่มเท่าไรนัก  

 

“พี่นกมีอะไรหรือเปล่าคะ...”

 

“อื้ม พี่แค่สงสัยเรื่องที่ว่า...” ณชนกผ่อนลมหายใจ ลังเลว่าจะพูดหรือไม่ แต่หากความคาใจก็ทำเธอเปิดปากต่อ “ทำไมญาติเราออกจากมหาวิทยาลัยนี่ล่ะ”

 

คำถามที่ทำให้มนิตาถึงกับเงียบกริบ สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจกับคำตอบ ที่ไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงอย่างไร หากแต่สุดท้าย เธอก็เลือกตอบอ้อม ๆ เพราะเธอเองก็ใช่ว่าจะรู้คำตอบดีเท่ากับเจ้าตัว ‘นนทรี’ นั่นล่ะ

 

“เหมือนจะค้นพบว่าชอบกาแฟมากค่ะพี่ นนท์แกเป็นเด็กที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร กล้าตัดสินใจมาตั้งแต่ไหนแล้วค่ะ”

 

มนิตาเว้นช่วงพลางถอนหายใจ มองหน้าณชนกที่จ้องตนเขม็ง ถึงจะอยากให้ญาติผู้น้องได้ตำแหน่งงานนี้เพียงใด ท้ายสุดก็คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของณชนก เพื่อป้องกันว่าเธอลำเอียงมอบตำแหน่งให้กับญาติสนิทนั่นเอง

 

 

“เรื่องการตัดสินใจ.. ตายกให้เป็นดุลยพินิจของพี่นกแล้วกันนะคะ”

 

 

“อื้ม พี่อ่านประวัติแล้วสนใจเด็กคนนี้มาก ๆ ล่ะตา แต่ยังไงพี่ก็อยากคุยกับน้องเค้าตัวต่อตัวซักครั้งน่ะ”

 

ณชนกเอ่ยนิ่ง ๆ เหลือบมองนาฬิกาที่เข็มสั้นเคลื่อนใกล้สู่เลขสิบเอ็ด การเดินทางตลอดในช่วงเช้า ต่อด้วยตะลอนเที่ยวรอบตัวเมืองในช่วงบ่าย ทำเธออ่อนล้าอยู่ไม่น้อย

 

 

แต่ถ้าเทียบกับงานที่ผ่านมา ณชนกยินดีเหนื่อยกับสิ่งที่เธอเลือกทำอยู่ตอนนี้มากกว่า 

 

 

“จะห้าทุ่มแล้ว นอนกันดีกว่ามั้ย พรุ่งนี้ต้องลุยกันต่ออีก”

 

มนิตาพยักหน้า หญิงสาวในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งใหญ่กับกางเกงบอลเอื้อมมือไปดับไฟหัวเตียงลง ใช้เวลาไม่นาน มนิตาก็หลับสนิท เหลือเพียงณชนกที่ยังคงนอนคิดถึงเรื่องผู้สมัครที่ตนจะเจอในวันรุ่งขึ้น

 

จากเหตุผลที่มนิตาบอกเธอเพิ่ม ก็ตรงกับสิ่งที่เธอคาดคะเนอยู่ไม่น้อย

 

 

แต่ของอย่างนี้ต้องพิสูจน์กันหน่อยล่ะ!!

 

 

ณชนกคิด ก่อนจะหลับตาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

 

[TBC]

 

=====================================

 

สรุป:

- มาถึงเดือนมกรา ซึ่งอี้ออกจากงานเรียบร้อยแล้ว อี้ ตา ไอ ภา เดินทางมาลาว จุดประสงค์หลักคือสัมภาษณ์นนท์ ญาติของตาเข้ามาทำงานตำแหน่งบาริสต้า จุดประสงค์รองคือเที่ยวตามประสาสาว ๆ

- อี้กับภากัดกันทันทีที่เหยียบอุบลฯ จนตาแอบสะพรึงเล็ก ๆ ดีที่ไอห้ามทัพด้วยกาแฟ

- อี้เตือนให้ปิดโรมมิ่งก่อนออกเดินทาง ยังคงกัดภาเรื่องห่วงหลาน ภากัดอี้เรื่องห่วงน้อง กัดไอเรื่องแฟน แล้ววกกลับมากัดอี้เรื่องใช้แฟนไอเยี่ยงทาส แทนที่จะใช้วินตามที่คุณนายดวงใจชง

- แน่นอนว่าอี้วี้ดแตก 555

- ไอชวนกันถ่ายรูป อี้ลังเล (เพราะคิดว่าเป็นทริปงานมากกว่า) แต่ท้ายสุดก็ยอม เพราะไหน ๆ ถือว่าได้เที่ยวกันครั้งแรกในรอบแปดปี

- ภาลากตาเข้าเฟรมด้วย

- ตกกลางคืน อี้คุยกับตาเรื่องนนท์ ให้ตาช่วยบรีฟประวัตินนท์เพิ่มเติม

- ตาบรีฟเท่าที่รู้ แต่อี้ยังคงคาใจเรื่องที่นนท์ออกจากมหาวิทยาลัยตอนปีหนึ่ง ตาตอบอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ว่าเพราะนนท์รู้ตัวเรื่องชอบกาแฟมาก

- อี้หวังจะให้เป็นอย่างนั้น แต่ก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันอีก

 

=====================================

 

Talk:

 

แหะ ๆ แปะพรีการบ้านเดือนก่อนค่ะ ตอนแรกกะจะเขียนตอนเดียวจบ แต่ดูจากความยาวแล้ว ซอยสองตอนน่าจะเวิร์คกว่าเนอะ แถมได้มีเอนทรี่ไว้แปะวีคหน้าด้วย // โดนทุกคนโบก

 

ฟิคนี้นอกจากจะปูความสัมพันธ์ระหว่างสามสาวให้คนนอกอย่างตาสะพรึงเล่นแล้ว ยังได้ท้าวความถึงการที่แม่ของอี้พยายามจับคู่อี้กับวินอีก ซึ่งในจุดนี้คงจะได้มีการกล่าวอย่างละเอียดในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ

 

แล้วยังได้โยงเนื้อหาไปถึงคิวบิก ในจุดที่เรายังเขียนไม่ถึงด้วยค่ะ // ปาดเหงือกับไหดอง

 

สำหรับในตอนหน้า มาลุ้นกันดีกว่าค่ะว่าอี้จะสัมภาษณ์สับแหลกน้องนนท์อย่างไร พบกันในอีกไม่นานเกินรอนะคะ ^ ^

 

ปล. ขอบพระคุณ @korncubic กับ @august-8 ที่ให้ยืมคาร์มาเล่นด้วยค่า

Comment

Comment:

Tweet

โอ๊ยยยยยยย ช้อบบบบบ ชอบบบบบ เวลาสามสาวนี่อยู่ด้วยกัน จิกกัดกันสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจมาก ถ้าอิชั้นเป็นตาอาจจะกลั้นหัวเราะจนซี่โครงระเบิดไปแล้วก็ได้ 555

สำหรับเราแล้วเราว่าอี้ทรงง่ายออกนะ ชีมีหลายร่าง ร่างเจ้าแม่สุดเฮี้ยบผู้คุมสถานการณ์ได้ ร่างเจ้าแม่วีนแตก กับร่างสาวเรียบร้อยแฝงความโก๊ะ 555 ทรงแล้วสนุกออก

#4 By irindel on 2014-08-04 21:36

@alyssa-cubic ก๊าก เออ ป้าสามคนของอลินดูเหมาะอยู่นะ นางพญามารมากกก แต่อลินนี่ยิ่งกว่านั้นอีก

@satan-lucus อี้ทรงไม่ยากนะ 555 ถ้าเข้าใจระบบความคิดมันอะ ที่แตกต่างจากเฟิร์นอยู่ 5555555555

#3 By Fern-CS#4 on 2014-07-27 01:13

5555555555555555555555555555555555555555555
ต้องบอกว่าเจอสามสาวทีไรนี่เหมือนจะเห็นความป่วงอยู่รำไรค่ะ ฝีปากที่ปะทะกันนั่นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ให้ฟีลเหมือนไปนั่งอยู่่ตรงนั้น ฟังสาว ๆ โจมตีใส่กัน อา sad smile sad smile sad smile sad smile  (อีโมนี้ชัดเจนสุดค่ะ 555)

ต้องขอย้ำอีกครั้งว่าอ่านอี้ทีไรนี่แบบ โอ้ยยย พี่พรคะ นี่พี่พรเลยนะ อ่านไปก็ตลกไป 5555

แต่อี้นี่ใบเตยไม่น่าจะทรงไหวอะค่ะ ถ้าเขียนถึงคงต้องให้พี่พรเช็คแบบยาว ๆ เลย ก๊ากกกก

รอติดตามตอนต่อไปค่ะ 55555 open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#2 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-07-09 20:56

สามสาวพญามารมาเจอกันทีไรจังหวะการปะทะฝีปากเปลี่ยนเป็นแทงโก้ทันทีเลยนะ ไม่มีใครยอมใครกันเลยจริงๆ บอกตาให้เขยิบมาจิบชากันคนแถวๆ นี้กันดีกว่า

อี้แม่ง...... sad smile sad smile  อ่านนางในบล็อคแกแล้วฉันสะพรึงจริงๆ ...ต้องเอามาโม่ใหม่ให้หมด!! ไม่ใช่แค่ทำพูดอะ มันมีลักษณะนิสัยหลายอย่างที่บั่บ... เกินจะทานทน

คือตอนนี้เห็นภาพผู้หญิงทึนทึกวัยสี่สิบแบบคุณป้าสามนางของอลินลอยมาอะ คิดแล้วขนลุกไม่ไหวแล้ว บรื๋อ
#โดนลากไปตบล้างน้ำ

จะรอดูชะตากรรมการเที่ยวตะลอนของพวกเธอต่อไป

#1 By *Alyssa* on 2014-07-08 01:22