[HB] File002 : ที่มาที่ไป

posted on 24 Jun 2014 23:04 by fern-cubic4 in HB

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop

 

=====================================

 

[HB] File002 : ที่มาที่ไป


Timeline: วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2556


Character: ณชนก(อี้) มนิตา(ตา) ณเดชน์(เอก)


Other: ณภัทร(ไอ) ดวงใจ(ม้าดวง)

 

 

สองอาทิตย์ก่อนหน้า

 

 

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินขัดเป็นจังหวะจะโคน มาหยุดอยู่ยังหน้าห้อง มือขวาควานหากุญแจในกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมสีดำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนหยิบพวงกุญแจดอกใหญ่มาไขบานประตูตรงหน้า หากสิ่งที่ปรากฏต่อตาเล็กเรียวสีอ่อนใต้กรอบแว่นสีฟ้าเข้ม คือความมืดมิดและความว่างเปล่า

 

ณชนกพลิกข้อมือดูนาฬิกาเรือนเงิน อีกสิบนาทีจะสี่ทุ่ม เวลาที่ปกติน้องทั้งสองคนมักจะกลับถึงบ้านแล้ว แต่สำหรับเธอ ยังคงเป็นเวลาที่ณชนกคร่ำเคร่งกับเอกสารทางกฏหมายอยู่ที่บริษัท

 

หากแต่วันนี้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอกลับถึงบ้านก่อนห้าทุ่มครึ่ง ด้วยความที่ตั้งใจว่าจะกลับมาเซอร์ไพรซ์ผู้เป็นน้อง ด้วยไวน์ที่ได้มาจากลูกความ พิซซ่าอิตาเลียนและเค้กเจ้าอร่อยที่เธอฝากคนซื้อตอนพักเที่ยง แต่ท้ายสุดเธอกลับเป็นฝ่ายถูกเซอร์ไพรซ์ด้วยความว่างเปล่าเสียเอง...

 

ณชนกปิดประตู เปิดไฟ วางกระเป๋าและข้าวของลงบนเคาท์เตอร์ ตวัดตาไปมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนตู้เย็น พลันถึงบางอ้อถึงเหตุผลที่น้องทั้งสองคนไม่อยู่ในคืนนี้

 


นี่มันวันศุกร์นี่นา...

 

 

ความที่เธอทำงานติดกันมาเป็นระยะเวลากว่าสองสัปดาห์ ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอลืมเลือนวันคืนไป แต่ก็ไม่เป็นปัญหาตราบใดที่เธอยังจำได้ว่าวันนี้คือวันที่เท่าไร...

 

เสียงท้องร้องโครกดังพร้อมกันกับบีบีสั่นเตือนแจ้งเมลใหม่เป็นจังหวะ กระตุ้นต่อมหงุดหงิดของณชนก ถึงเธอจะบ้างานแค่ไหน แต่ไอ้การที่มีเมลงานตามมากวนใจไม่เว้นวันศุกร์ตอนดึก ในเวลาที่ท้องหิว หงุดหงิดกับเรื่องอื่น แถมกลับมาไม่เจอใครแบบนี้ กระนั้นนิ้วก็รัวพิมพ์ข้อความตอบได้ไวเท่าที่สมองจะสั่ง ณชนกปรายตาเช็คความถูกต้องสองรอบก่อนกดส่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ไอโฟนของตนขึ้นมาดู ตั้งใจจะลองถามน้องทั้งสองคนว่าอยู่ที่ไหนกันแล้ว

 

แบตเตอร์รี่ยังลดไปไม่มาก เพราะทั้งวันเธอใช้แต่บีบในการติดต่องาน แต่ข้อความที่สารพัดเพื่อนส่งมาทั้งทางไลน์สิ ที่เป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ไม่เท่าข้อความจากบุคคลที่เธอกำลังต้องการโทรหาอยู่

 

ณชนกเปิดข้อความของแฝดน้องก่อน หากอ่านจบก็ต้องส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อณภัทรบอกว่าจะกลับดึก เพราะไปกินข้าวกับครอบครัวของแฟนหนุ่ม ส่วนเมื่อเปิดข้อความของณเดชน์ น้องชายคนเล็กและคนเดียวในบรรดาพี่น้องห้าคน เจ้าตัวก็แจ้งสั้น ๆ เพียงว่าจะไปกินข้าววันเกิดเพื่อน...

 

 

...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเพศไหน แต่ที่แน่ ๆ หากณเดชน์ไปกับเพื่อนเมื่อไร นั่นแปลว่าจะกลับถึงบ้านไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน...

 

 

ต้องกินข้าวคนเดียวอีกละสินะ... 

 

 

หญิงสาวถอนหายใจทอดใหญ่อีกรอบ เวลานี้ดึกเกินกว่าที่จะชวนเพื่อนคนอื่นมารับประทานอาหาร ครั้นจะไปข้างนอกก็คงมิแคล้วห้างปิด และเธอก็ขี้เกียจที่จะขับรถออกไปข้างนอกเต็มแก่

 

แต่ยังไง เธอก็ไม่อยากนั่งกินข้าวในห้องนี้คนเดียว ด้วยอารมณ์แบบนี้เท่าไรนัก...

 

ณชนกใช้เวลาตัดสินใจเพียงชั่ววูบ หยิบอาหารและเค้กที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นโดยหมายมาดว่าจะจัดการคนเดียวให้หมด ก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินและขวดไวน์ แล้วออกจากห้องไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากคอนโดที่เธอพักอาศัยมากนัก

 

 

ขอก็เพียงว่า ร้านที่เธอกำลังไป จะยังไม่ปิดก่อนเธอเดินทางไปถึงก็พอ!!

 

===================================== 

 

แสงไฟสีส้มที่ลอดหน้าร้านทำณชนกใจชื้น หากเข็มยาวที่จวนเจียนเลขหก เธอรีบสาวเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่ส้นสูงสามนิ้วของเธอจะทำได้ ทันจังหวะที่เด็กเสิร์ฟเตรียมแขวนป้ายปิดร้านพอดี

 

หญิงสาวถลาเข้าประตู ส่งยิ้มทักทายเด็กเสิร์ฟในร้านตามประสาลูกค้าประจำ มาหยุดที่ร่างสูง ๆ ของสตรีเจ้าของผมซอยสั้นนามว่า 'มนิตา' ผู้ช่วยเชฟของร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งนี้

 

“ครัวจะปิดยังตา”

 

ณชนกเอ่ยเร็วปรื๋อ ทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ วางกระเป๋าและขวดไวน์ลงบนโต๊ะ หันจ้องมองมนิตาที่กระพริบตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามสไตล์ของเจ้าหล่อน

 

“นั่นล่ะค่ะ ที่หนูกำลังจะบอก”

 

“กรรม...”

 

ณชนกครางเสียงอ่อย ท้องร้องจ๊อก ๆ เมื่อสิ่งสุดท้ายที่ได้กินล่าสุดคือแซนวิชชิ้นจ้อยในห้องประชุมตอนบ่ายสองโมงเย็น เธอส่งสายตาวิงวอนไปยังมนิตา เจรจาต่อรองเพื่อสุขภาพกระเพาะของเธอ

 

“ไม่ได้เหรอตา...”

 

ผู้ช่วยเชฟทำหน้านิ่ง ครุ่นคิด แต่ท้ายสุดก็ยิ้มอ่อนโยน โอนอ่อนตามใจเธอเฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

 

“ได้แหละค่ะพี่ แต่คงต้องเร็ว ๆ หน่อยล่ะค่ะ”

 

ณชนกส่งยิ้มกว้าง เอ่ยสั่งอาหารปร๋อโดยไม่ต้องเปิดดูเมนูด้วยซ้ำ หากเมนูประจำที่สั่งไป ก็ทำมนิตาพยักหน้าหงึกหงัก เดินลับไปในครัว ใช้เวลาชั่วครู่ที่เธอตอบเมลในบีบี แล้วออกมาพร้อมกับพาสต้าคาโบนาราที่เธอได้สั่งไว้

 

“ขอบใจมากตา แล้วเฮียล่ะ”

 

ณชนกยิ้มตาหยี ม้วนเส้นร้อนชุ่มครีมเข้าปากอย่างไม่สนจำนวนแคลอรี่และเวลา กลิ่นหอม ๆ ของครีม ไข่ และเบค่อนค่อยทำอารมณ์ของเธอให้แจ่มใสขึ้นพอที่จะเอ่ยถามถึงมาร์สเตอร์ประจำร้านได้

 

“กลับไปแล้วค่ะพี่นก”

 

ไม่ใช่คำตอบของมนิตาที่รบกวนอารมณ์เจริญอาหารของณชนก แต่สีหน้าขอหญิงสาวที่เคร่งขรึมกว่าปกติ จนเธอสัมผัสได้

 

“ตากินอะไรมายัง ไหน ๆ เลิกงานแล้วนิ นั่งกินเป็นเพื่อนพี่หน่อยมะ พี่เลี้ยงเอง!!”

 

ณชนกออกปากชวน หวังผ่อนคลายมนิตาลง ความที่รู้จักกันมากว่าสองปี น้อยครั้งที่มนิตาจะแสดงอารมณ์เคร่งเครียดออกมาให้เห็นชัด

 

และเธอเองไม่อยากจะนั่งกินข้าวคนเดียว ในคืนวันศุกร์แบบนี้ด้วย

 

มนิตาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเธอคะยั้นคะยออีกพักใหญ่ หญิงสาวก็หายไปในครัว หยิบจานอาหารที่ทานค้างไว้แล้วทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามเธอ

 

ณชนกเปิดขวดไวน์ รินน้ำสีม่วงลงในแก้วเปล่าของทั้งคู่ สร้างความประหลาดใจแก่มนิตา นับครั้งได้ที่เธอจะเห็นณชนกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

 

“พี่นกดูเหนื่อย ๆ นะคะ”

 

“เราก็ดูเหนื่อยเหมือนกันนี่”

 

ณชนกขมวดคิ้ว ตอบพลางพิมพ์บีบีด้วยความเร็วแสง แต่กระนั้นก็ยังเอ่ยปากต่อไป

 

“แล้วกินได้ปะ นี่ถือว่าหมดเวลางานแล้วยัง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...”

 

มนิตาถอนใจยาว จับแก้วไวน์แกว่ง ๆ สูดกลิ่นไอเข้าปอด สีหน้าแลดูผ่อนคลายมากขึ้น แต่ก็ยังคงแฝงด้วยความตึงเครียดอยู่

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ถือว่าผ่อนคลายหลังเลิกงานละกัน”

 

“กู๊ด มันต้องแบบนี้สิ!! Work Hard มาก็ต้อง Play Hard สิ ไม่นั้นกลุ้มตาย”

 

ณชนกส่งยิ้ม หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบบ้าง แต่ไม่ทันที่จะได้ดื่มด่ำกับรสชาติเต็มที่ บีบีก็ส่งเสียงประท้วงอีกครั้ง จนเธออดไม่ไหวที่จะสบถออกมา

 

 

“ให้ตาย นี่มันห้าทุ่มแล้วนะ!!”

 

 

“งานเหรอคะพี่”

 

ณชนกไม่ตอบหากพยักหน้า นิ้วมือยังคงระรัวบนเครื่องมือสื่อสารสีดำจนเสร็จ คว้าแก้วไวน์ หากแต่ครั้งนี้กระดกรวดเดียวจนหมด

 

“อื้อ ช่างมัน ว่าแต่ตาถามแต่พี่ แล้วเราล่ะ โอเคมั้ย”

 

“ก็.. ไม่โอเคนิดหน่อยล่ะค่ะ แต่ก็นั่นแหละ เดี๋ยวค่อยหาทางรับมือเอา”

 

มนิตาพูดไปจิบไวน์ไป ก่อนจะวางแล้วหมุนแก้วเล่น ทำณชนกเลิกคิ้วบาง จ้องหน้ามนิตานิ่ง

 

“หืม เล่าได้นะตา”

 

มนิตาถอนหายใจ หากยังไม่ทันเล่า โทรศัพท์ของเจ้าตัวก็สั่นเตือน พร้อม ๆ กับบีบีของณชนกที่สั่นประท้วงอีกครั้ง หญิงสาวผมดัดสั้นแยกเขี้ยว กระนั้นรีบคว้าบีบีขึ้นมาตอบด้วยความเร็วสูง ก่อนวางกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะ จ้วงพาสต้าที่เหลือดับโมโห ผิดกับตัวมนิตาที่ทำเพียงกดตัดสายสนทนาลงด้วยท่าทีเบื่อหน่ายเท่านั้น

 

“เชี่- นี่มันคืนวันศุกร์นะ โอ้ย ฉันไม่ได้พักมานานแค่ไหนแล้ว”

 

“บางทีเขาคงเข้าใจว่าเราเป็นโรบอททำงานได้ 24 ชั่วโมงมั้งคะพี่”

 

มนิตากระดกไวน์หมดแก้วเมื่อพูดจบ สีหน้าหญิงสาวดูหน่ายโลกไม่แพ้กับณชนกเลย

 

“ถูก... ห้ามป่วย ห้ามตาย ตราบใดที่งานไม่เสร็จอีก”

 

“เนอะพี่ ชีวิตลูกจ้างก็แบบนี้”

 

“ใช่มะ รันทดออกเนาะ เอ้าชนแก้วหน่อยตา!!”

 

ณชนกรอมนิตาชนแก้วก่อนกระดกไวน์แก้วที่เท่าไรไม่รู้เข้าปาก หากความทุกข์ของมนิตาคือการที่พ่อไม่ยอมรับในสิ่งที่เธอเลือก ส่วนเธอนั้นตรงกันข้าม ที่บ้านเธอไม่เคยเดือดร้อนกับสิ่งที่เธอเลือก (หากไม่นับคำบ่นนิด ๆ หน่อย ๆ กับการที่แม่ของเธอขยันจะจับคู่ดูตัวเธอตลอด)

 

แต่สิ่ง