[SS] กลุ้มใจ

posted on 02 Apr 2014 21:52 by fern-cubic4 in FERN-SS

entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ


 

=============================================

 

[SS] กลุ้มใจ

 

Timeline: วันพุธ ที่ 12 กันยายน 2555

 

Character: พันปิยะ(ตง) ศรันฉัตร(เฟิร์น) สิงหา(ออกัส) มณฑกาญจน์(โมรา) กัญญ์ดา(กัญ)

 

Other: อังคาร(มาร์ส-OC) ยุทธศาสตร์(ปืน) แพรอรุณ(เท็น) วริสรา(เอพริล) เพียงนภา(เพียงฟ้า) พลอยอรุณ(บีน) นันทนัท(น้ำน่าน) สิมิลัน(ปั้นทราย)

 

Entryที่เกี่ยวข้อง: [MS] Big Liar by: แม่ตง [Read]    

[EV-MS] (ค.) เพราะซวย... by: แม่ตง [Part1] [Part2]

[MS] Presents...?! [Read]

[MS] สามคน สองทาง หนึ่งใจ [Part1] [Part2]

[MS] แค่ปลายเอื้อม [Read]

 

Note: คั่นเวลา (หรือคั่นบล็อกร้าง) กับฟิคเบา ๆ ค่า

 

เมื่อความซื่อของแม่เจ้าประคุณ ชวนให้อาตี๋ของห้องต้องกลุ้มใจและหัวหมุนนับต่อนับครั้งมิถ้วน มาดูกันนะคะว่า อาตี๋พันปิยะจะรับมือกันเจ้าหล่อนอย่างไร

 

ขอเชิญทัศนานะคะ ^ ^

 

ปล. ฝากผู้เกี่ยวข้องเช็คคาร์ด้วยนะคะ @376sec  @august-8  @moramora @asahina 

 

ปลล. ผปค.ตงและกัญให้การรับรองแล้วค่า ผปค.ทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้การรับรองแล้วค่า

 

=============================================

 

 

“เป็นอะไรไปเฟิร์น ทำหน้าย- หน้าเครียดอีกแล้ว”

 

 

พันปิยะเอ่ยถามผู้เป็นเพื่อน ภาพเด็กสาวผมแกละที่นั่งเหม่ออย่างผิดวิสัยเจ้าตัว หนังสือที่เปิดไว้ยังคงค้างอยู่หน้าเดิม ตั้งแต่เขาเริ่มทำเวร จนทำเวรเสร็จเรียบร้อย

 

แม้เจ้าหล่อนจะทำหน้าเครียดอย่างนี้เป็นปกติ แต่ไอ้การเหม่อจนลืมอ่านหนังสือ เขาก็เพิ่งจะเห็นศรันฉัตรมีท่าทีอย่างนี้ในช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา

 

ครู่หนึ่งกว่าที่เด็กสาวจะเงยหน้าขึ้น มองเขาเจื่อน ๆ แล้วเอ่ยถามถึงเพื่อนร่วมเวรของเขาทั้งสอง

 

 

“แล้วเท็นกับเอพริลล่ะ กลับบ้านไปแล้วเหรอ”

 

“กลับไปแล้ว เห็นว่าเกมใหม่ออก เลยรีบไปซื้อกับเพียงฟ้า” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบ นัยน์ตาเล็กใต้กรอบแว่นหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ดูท่าชนวนคงจะเป็นสิ่งที่เจ้าหล่อนเห็นเมื่อตอนพักเที่ยงไม่ผิดแน่

 

ภาพเด็กหนุ่มหน้าตาคมคาย ร่างสูง ผู้มักมีรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่ข้างแก้ม ยกมือกอดคอตบบ่าสนิทสนมกับรุ่นน้อง เด็กหนุ่มสวมแว่น ร่างสูงไม่แพ้กัน ท่าทีจริงจัง ผู้เป็นรุ่นน้องในชมรมคหกรรมของเขา และสนิทสนมกับสิมิลันเป็นพิเศษ

 

 

“หรือเฟิร์นคิดมากเรื่องภาพที่เห็นตอนกลางวัน?”

 

 

คำถามลุ่น ๆ อย่างตรงไปตรงมา ราวกับเจ้าตัวล่วงรู้ความคิดในใจของหล่อน ทำให้หล่อนมีแต่จะพยักหน้า ก่อนจะเผลอหลุดสิ่งที่คิดมาตลอดช่วงบ่าย

 

“กัส...ดูสนิทกับน้องปืนดีนะ... เห็นเรียกว่าเด็กป๋า แล้วก็ชวนเข้าสังกัดด้วย?”

 

“ก็ตามสไตล์มันนั่นแหละ...”

 

พันปิยะตอบส่ง ๆ ด้วยความหมั่นไส้เด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุ กระนั้นความเห็นใจก็มีมากกว่า ดูจากที่แม่เจ้าประคุณคนซื่อของห้องคงจะเข้าใจอะไรผิด ๆ อีกตามเคย

 

“ไม่มีอะไรหรอกน่า เชื่อเราสิ”

 

เอ่ยย้ำอย่างเหนื่อยใจ ปนระอา เขาคงจะเทคะแนนความสงสารให้สิงหา หากไม่ติดว่าเจ้าตัวนั่นล่ะ ที่เป็นต้นเหตุให้สาวเจ้าคิดเช่นนั้น

 

"อย่างมันก็แค่แกล้งชาวบ้านเขาไปทั่วแหละเฟิร์น ลองเปลี่ยนมุมมองจากสังกัดมัน มาเป็นเหยื่อไว้ให้แกล้งคงจะถูกกว่า"

 

คำพูดที่เด็กสาวยังคงนั่งหน้าขรึม ถอนหายใจน้อย ๆ จนพันปิยะเผลอหลุดปากออกไปอย่างคนที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

 

“เราว่าเฟิร์นน่าจะคิดเข้าข้างตัวเองบ้างนะ”

 

 

“ยังไงเหรอตง”

 

 

คำถามกับแววตาซื่อ ๆ ทำเขาหนักใจ ชักเข้าใจความรู้สึกของแม่บ้านยามเชียร์ละครหลังข่าวขึ้นมาตงิด ๆ นึกชักอยากทิ้งหัวตัวเองที่ไม่เก็บปากเก็บคำพิกล แต่ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา แถมเสียเส้นผมไปหลายเส้นฟรีโดยใช่เหตุด้วย

 

 

"ก็.. ไอ้พฤติกรรมที่มันแสดงกับเฟิร์นอยู่นี่ เฟิร์นไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ"

 

"แล้วตงคิดว่าไงละ"

 

 

เด็กสาวยังคงถามกลับ แต่อาการหน้าขึ้นสีเรื่อนั้น แลดูจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนกว่าประโยคที่เจ้าตัวพูดออกมา ดูท่าเจ้าตัวคงรู้ ๆ อะไรอยู่ไม่มากก็น้อย

 

พันปิยะเดาะลิ้น คันปากยิบ ๆ อยากจะบอกสิ่งที่ตนล่วงรู้ออกไปให้หมด หากไม่ติดว่าถ้าบอกไป คงไม่แคล้วเรื่องจะใหญ่มากกว่าเดิม และพ่อตัวดีคงจะได้ฤกษ์กระทืบเขาเสียที

 

และเจ้าตัวก็เคยพูดไว้ชัดว่าอยากจะแก้ปัญหานี้ด้วยตนเองเสียด้วย

 

 

"มันก็แสดงอาการอย่างนี้กับเฟิร์นคนเดียวล่ะ กับคนอื่นมันเคยทำที่ไหนกัน"

 

 

สุดท้ายก็เลือกที่จะตอบอ้อม ๆ อย่างที่ก็ไม่ได้อ้อมเท่าไรนัก แต่หากเป็นการชกมวย คำพูดเมื่อครู่ก็ราวกับหมัดฮุก กระแทกโดนศรันฉัตรเข้าจัง ๆ

 

พฤติกรรม การแสดงออก คำพูดที่ผ่านมา มันก็เพียงพอที่จะให้เธอสงสัย กระนั้นด้วยใจที่ยังไม่อาจยอมรับ ก็ทำให้ปากยังคงหาข้อโต้แย้งต่อไป

 

 

“คงเพราะกัสเห็นเราเป็นแม่...”

 

"..งั้นก็คงรักกันปานจะกลืน"

 

 

เด็กหนุ่มหลุดปากประชด ก่อนจะรีบตีหน้าขึงขังกลับเข้าเรื่อง โดยไม่ให้หลุดอะไรไปมากกว่านี้

 

"เอ่อ..คือถึงจะเห็นเป็นแม่ แต่ยังไงก็รุ่นเดียวกันนี่"

 

 

"เรายังเห็นบีนเป็นเหมือนพี่สาวเราเลย..."

 

 

"วะ อั้วจะพูดยังไงให้ลื่อเข้าใจดีเนี่ย!!!" 

 

 

คำตอบที่ได้รับทำเขาอยากร้องไห้ ปวดใจกับความซื่อของศรันฉัตรเสียจริง ไม่เข้าใจว่าคนที่เข้าใจสารพัดวิชาการเรียน ทำไมถึงได้ไม่เข้าใจกับเรื่องแบบนี้

 

“พูดมากไปก็ไม่ได้ เอาเป็นว่าลองสังเกตสีหน้าแววตามันละกันเฟิร์น พฤติกรรมมันด้วย...”

 

 

จนเขาจะรู้กันทั้งห้องแล้วแม่คุ้ณ อย่างน้อยอั้วก็คนหนึ่งละนะ ลุ้นกันจนตัวเกร็งหมดละ... 

 

 

"..ถ้าสงสัยอะไรก็ลองถาม เหมือนที่ถามครูในห้องก็ได้นะ"

 

ศรันฉัตรนิ่งเงียบ ถูกของพันปิยะที่ว่า เธอเองก็สงสัยมาระยะหนึ่ง แต่เพราะไม่ชอบคิดเข้าข้างตนเอง กับพยายามหนีความจริง เลยทำให้เธอเลือกจะไม่ใส่ใจมากกว่า

 

ตราบจนช่วงนี้...

 

...และยังจะ...อังคารอีก...

 

 

“แล้ว...มาร์สละ”

 

“หือ?” น้ำเสียงแม้จะงงกับตัวละครใหม่ แต่หูกับผึ่งเตรียมรับฟังเรื่องนี้เต็มที่ “มาร์สทำไมเหรอ”

 

"ก็ถ้าตงบอกให้สังเกตพฤติกรรม....แล้วมาร์สละ...."

 

 

ศรันฉัตรเอ่ยเสียงอ่อย พฤติกรรมในระยะหลังของอังคารก็ชวนให้เธอสงสัย และค่อนข้างแน่ใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากจะพูดไปมากกว่านี้ เพราะจะดูเป็นการหลงตัวเองไป

 

"ทำไมถึงได้ถามถึงมาร์สล่ะ? หมอนั่นมันแสดงอาการเหมือนกัสหรือไง?"

 

เจ้าหล่อนก็พยักหน้าเบา ๆ ทำเขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะหึ ๆ

 

 

ใครจะไปคิด ว่าแม่สาวคงแก่เรียนคนนี้จะเนื้อหอมไม่เบาเชียว

 

 

"เราว่า.. หมอนั่นอาจจะแอบชอบเฟิร์นก็ได้"

 

พันปิยะเอ่ยตอบไปตรง ๆ ด้วยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียจากเรื่องนี้ อีกอย่าง อังคารก็ไม่ได้ห้ามและขู่ไม่ให้เขาพูดอะไรเหมือนหมอนั่น

 

แล้วก็หวังว่าเจ้าหล่อนคงจะเข้าใจอะไรซักที ลองเอาคำตอบที่เขาให้ไปอนุมานถึงการกระทำของสิงหา ก็คงจะได้คำตอบที่ชัดละว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรกับเธอ

 

เหลือบมองเด็กสาวที่หน้าซีดสลับกับแดงก่ำ นึกหวั่น ๆ ว่าเจ้าตัวจะเข้าใจผิดอะไรอีกไหม

 

 

"ไม่ใช่สองคนนั้น...ชอบกันเอง...เหรอตง”

 

 

"ไม่ใช่แน่นอน ไม่มีทางเป็นไปได้ด้วย!!!"

 

 

เขาเอ่ยด้วยความมั่นใจ เพราะจากที่ได้ยินคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในวันงานปีใหม่ พันปิยะกุมขมับ อยากเอาหัวโขกกำแพงตายให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

อั้วชักหมดปัญญากับลื่อแล้วนะ 

 

 

คำยืนยันของพันปิยะทำเธอเครียดเบา ๆ เธอไม่ได้โง่ถึงขั้นไม่รู้ว่าเธอกำลังโดนจีบอยู่

 

 

แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือ... คนอย่างเธอมีดีที่ผู้ชายจะมาจีบเหรอ

 

 

เด็กสาวลอบมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนสนิท นึกถึงภาพเพื่อนสนิทของเธออีกคน มณฑกาญจน์ จะว่าไป เธอก็ไม่เคยเห็นพันปิยะแสดงท่าทีอะไรแบบนี้ เหมือนกับที่สิงหาหรืออังคารทำกับเธอเลย

 

 

“แล้วตงจีบโมแบบนี้เหรอ”

 

 

เป็นคราที่เด็กหนุ่มมีสีหน้าแดงก่ำสลับซีด หากแต่ด้วยคนละเหตุผลกับเด็กสาว...

 

"ไม่หรอก" พันปิยะพยายามตอบ โดยเลี่ยงการโกหกให้ได้มากที่สุด "ให้ทำวิธีเดียวกันนี่คงไม่ไหวหรอก ถ้าทำแล้วคงรู้สึกกลัวตัวเองแน่ ๆ"

 

 

หมายถึงไอ้จิ้มเอว ลูบหัว วาดภาพอะไรให้เทือกนั้นนะ...

 

...ไม่ใช่ตัวเขาอย่างแรง...

 

 

กระนั้นนัยน์ตาของศรันฉัตรที่มองเขาอย่างสงสัย...จนทำให้วัวสันหลังหวะอย่างเขาร้อน ๆ หนาว ๆ ด้วยกลัวว่าความลับเรื่องที่ตนกุเรื่องขึ้นจะแดงขึ้นมา เหงื่อผุดซึมทั่วใบหน้าขาวซีดของเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังฝืนทำใจดีสู้แม่สาวตรงหน้า

 

 

"อะไรเล่า เราชอบอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ มากกว่าน่ะ ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้นหรอก"

 

 

พันปิยะพูดไปเหงื่อตกไป แต่เหมือนจะโชคช่วย เมื่อมณฑกาญจน์กับกัญญ์ดาเดินกลับเข้าห้องมา ตามด้วยสิงหาที่เดินมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มระรื่น

 

 

ดูท่า ‘ธุระ’ ที่ให้เขามาถ่วงเวลาแม่เจ้าประคุณคงสำเร็จลงด้วยดีสินะ

 

 

 

บทส่งท้าย

 

“เออ แล้วเสาร์นี้เฟิร์นจะไปดูหนังด้วยกันไหม”

 

พันปิยะเปิดประเด็นเมื่อเห็นสัญญาณขยิบตาของสิงหา ศรันฉัตรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปสบตาเพื่อนสนิทสองสาวที่เหลืออยู่

 

“โมกับกัญไปด้วยหรือเปล่า”

 

“อื้อ ถ้าเราไม่ติดธุระด่วนนะ”

 

มณฑกาญจน์ตอบยิ้ม ๆ พันปิยะจับสังเกตคำพูดของมณฑกาญจน์ ดูท่าเจ้าหล่อนคงพยายามผูกมัดตัวเองไม่ให้โกหกไปมากกว่านี้เช่นกัน

 

“เราขอดูก่อนได้ไหม นี่ก็ใกล้สอบปลายภาคเต็มแก่แล้ว เกรงว่าจะอ่านไม่ทัน”

 

“ไปด้วยกันนะเฟิร์น กัญว่าเฟิร์นต้องพักบ้างน้า”

 

นัยน์ตาของกัญญ์ดาเป็นประกายวิบวับ แต่เหมือนกับมณฑกาญจน์ เจ้าหล่อนพยายามไม่พูดจาผูกมัดตนเองเช่นกัน

 

“นะครับแม่จ๋า แค่วันเดียวเอง”

 

สิงหาออดอ้อน สายตาวิบวับนั่นยั่วต่อมหมั่นไส้ให้เขาทำงานตะหงิด ๆ

 

“ถ้าคะแนนสอบย่อยที่สอบไปวันจันทร์ออกมาดี แม่จ๋าต้องใหรางวัลกัสโดยการไป ‘ดูหนัง’ ด้วยกันนะครับผม”

 

คำพูดที่ทำทุกคนหันมาจ้องหน้าสิงหาเป็นตาเดียว ในเมื่อดูจากคะแนนที่ผ่านมาของคนพูดแล้ว ยากที่จะเป็นไปได้อยู่

 

“ต้องเกินแปดสิบเปอร์เซ็นนะ...”

 

ศรันฉัตรเอ่ยเสียงเฉียบ แต่กลับต้องเป็นฝ่ายตะลึงมากขึ้น เพราะแทนที่สิงหาจะโอดครวญ เจ้าตัวกับยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้ม ยอมรับเงื่อนไขของเธอโดยดี

 

“คร้าบ แต่ถ้ากัสได้ตามนั้น เฟิร์นต้องไปกับกัสนะครับวันนั้น...”

 

ศรันฉัตรนิ่งไปครู่ใหญ่แล้วพยักหน้าเบา ๆ

 

“อ๊ะ ห้าโมงกว่าแล้ว กลับบ้านกันดีกว่ามั้ย”

 

มณฑกาญจน์เอ่ยเสียงใส ซึ่งทุกคนก็กระวีกระวาดรีบคว้ากระเป๋าเตรียมลงจากตึก กระนั้นท่าทีที่ดี้ด้า รีบคว้ากระเป๋าสาวเจ้ามาถือของสิงหาก็ชวนเขานึกขันปนหมั่นไส้ไปพร้อม ๆ กัน

 

 

ท่าทางมั่นใจจริงนะพ่อคุณ

 

 

ถึงจะไม่หมั่นไส้มากแค่ไหน แต่งานนี้ เขาขอให้โชคเข้าข้างมันละกัน

 

กระนั้นเขาก็ยังเหงื่อตก เมื่อสายตาของแม่สาวคนซื่อมองเขาสลับกับมณฑกาญจน์ไปมาอย่างชวนสงสัย

 

 

บางทีเขาคงต้องเป็นฝ่ายภาวนา อย่าให้ความแตกในเร็ววันนี้แล้วกัน

 

=============================================

 

สรุป:

- ตงเห็นเฟิร์นทำหน้ายับ เลยไถ่ถามว่าเป็นอะไร

- เจ้าหล่อนไม่ตอบ จริง ๆ คือกลุ้มใจเรื่องความรู้สึกของออกัสกับมาร์สอยู่

- แต่ที่กังวลที่สุด คือพฤติกรรมออกัสกับน้องปืนเมื่อตอนเที่ยง ยังลังเลว่าเป็นไบอยู่หรือเปล่า

- ตงปลง เลยบอกให้เฟิร์นคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง ซึ่งก็แทงใจดำเจ้าหล่อนอยู่ไม่น้อย

- บอกอ้อม ๆ ให้สาวเจ้าเข้าใจบ้าง ทำตัวเป็นพ่อสื่อสุดฤทธิ์ ถ้าไม่กลัวออกัสกระทืบคงจะเป็นฝ่ายบอกแทน

- ตงอารมณ์เป็นแม่บ้านลุ้นละครหลังข่าวอยู่ (quote จากผปค.ตง 555)

- สาวเจ้าคิดสะระตะ เลยถามไปว่า แล้วมาร์สล่ะ

- เนื่องจากมาร์สไม่ได้จะกระทืบตง ตงเลยบอกไปหมด

- เฟิร์นยังติดตราตรึงใจกับเรื่องจูบ กับกางร่มตอนที่เจอกันล่าสุด ตงนั่งยันยืนยันนอนยังว่าสองคนนั้นไม่ใช่ไบ

- เฟิร์นแน่ใจมากขึ้น (จาก 70% เป็น 90%) คิดอีท่าไหนไม่รู้ถามว่าตงจีบโมราแบบนี้เหรอ

- หอกแทงกลับอาตี๋ เลยแถไป

- เฟิร์นเริ่มสงสัย แต่คิดเรื่องตัวเองมากกว่า เลยปล่อย ๆ ไปก่อน

- ระฆังช่วยตง โมรา กัญ ออกัส กลับเข้าห้องพอดี

- จริง ๆ แล้วตงเข้ามาคุยกับเฟิร์นเพื่อถ่วงเวลาอะไรบางอย่าง... : )

- ทุกคนชวนเฟิร์นไปดูหนังวันเสาร์ เฟิร์นดูอิดออด ออกัสเลยกึ่งเกลี้ยกล่อมกึ่งท้า โดยบอกว่าถ้าสอบที่เฟิร์นติวให้ (ฟิคแค่ปลายเอื้อม) ได้คะแนนดี ขอรางวัลโดยสาวต้องไปดูหนังด้วย

- เฟิร์นยอม แต่มีข้อแม้ว่าคะแนนต้องเกิน 80%

- ออกัสมั่นใจผิดวิสัย

- สังเกตดี ๆ แลดูคนอื่นพูดจาไม่ผูกมัดว่า ตัวเองจะไปชัวร์ ๆ ในวันเสาร์ : D

- อนึ่ง ตงกลัวความแตกเรื่องตู่มาก ๆ

- ยังไงก็ความแตกชัวร์ // เสียงสวรรค์ไม่ได้กล่าวไว้

 

=============================================

 

Talk:

 

ฟิคสั้น ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่สั้นเท่าไรแฮะ ^ ^"

 

ที่เลือกมาเขียนเพราะต้องการจะเตรียมปูพื้นไปสู่ฟิคถัดไปค่ะ แล้วก็...คั่นเวลานิดนึง ^ ^"

 

นอกจากนี้แล้ว อยากจะลองเขียนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเฟิร์นกับตงดูบ้าง อันที่จริง สองคนนี้สนิทกันอยู่ใช่น้อยนะคะ ยิ่งม.ห้านั่งติดกันอีกต่างหาก

 

แถมพันปิยะทำตัวเป็นพ่อสื่อที่ดี ถือหางออกัส ตามลุ้นยิ่่งกว่าแม่บ้านตามละครหลังข่าวอีกค่ะ 55555

 

กระนั้น ความซื่อในเรื่องไม่เป็นเรื่องของเฟิร์นนี่ล่ะ ที่่ทำให้เรื่องวุ่นวาย ตั้งแต่เรื่องตู่ยันเรื่องปัจจุบัน ดูท่าตงก็คงจะปวดตับอยู่ไม่น้อย

 

แต่ถึงอย่างไร สองคนนี้ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน^ ^ ดังที่เห็นในฟิคนี่ล่ะค่ะ รวมถึงตงกับออกัสนี่ เหมือนจะกัดกัน แต่ทั้งสองคนสนิทกันมาก ๆ

 

สำหรับฟิคต่อไปนั้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสิงหาที่เคยบอกว่าจะรุกนั้น จะรุกคืบอย่างไรแค่ไหน

 

แล้วพบกันอีกในไม่ช้าค่ะ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ยยยยยยยยยย ชอบอาตงงง ตลกอะ 5555555 แต่ความซื่อของเฟิร์นนี่เกินเยียวยาจริง ๆ นะ

ประโยคที่ว่า ไม่ใช่สองคนนั้นชอบกันเองเหรอ นี่คงฮุกอาตงเต็ม ๆ เลยเนอะ

รู้สึกอยากจะเอาหัวโขกคีบอร์ดแทนเจ้าตัวจริง ๆ 5555555

เข้าข้างตัวเองหน่อยก็ดีเนอะ เจ้ากัสมันจะได้ฟิน ๆ รวบรัดจบปึ้งเสียที กริกริ open-mounthed smile open-mounthed smile

#6 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-06-05 22:04

โอย เฟิร์น ซื่อจนน่ากลัว ซื่อจนอยากจับมาเขย่าๆๆ /ตงไม่ได้กล่าวไว้แต่อาจจะคิดอย่างนี้
นั่นก็ตงนี่ก็ตงเสียจริง 555 
ทางนี้ก็ลุ้นเหมือนเป็นแม่บ้านติดละครหลังข่าวเหมือนกันค่ะ cry cry

#5 By CraZy-GirL-GoD on 2014-05-07 03:23

โอ๊ย เฟิร์น5555 คุณพี่คงเป็นแม่บ้านละครหลังข่าวด้วยอีกคนที่ลุ้นตามตงไปด้วยว่าคุณน้องเฟิร์นจะประมวลผลสำเร็จมั้ย question
ตงเอ๊ยดีนะที่น้องหาทางเอาตัวรอดไปได้(ในครั้งนี้) sad smile
เข้าใจอารมณ์เจ้ตงเลนจุดนี้
พี่เฟิร์นซื่อจนทางบ้านทึ้งหัวล้านเป็นหย่อมๆแล้วค่า

#3 By โก! on 2014-04-03 22:57

เข้าใจอารมณ์เจ้ตงเลนจุดนี้
พี่เฟิร์นซื่อจนทางบ้านทึ้งหัวล้านเป็นหย่อมๆแล้วค่า

#2 By โก! on 2014-04-03 22:57

คือในรุ่น
พันปิยะจัดได้ว่าน่าสงสาร....
//อะไรๆก็ตง นั่นก็ตง นี่ก็ตง//
ตี๋แม่งเหมือนแม่บ้านติดละครหลังข่าว555

#1 By august on 2014-04-03 19:05