[MS] สามคน สองทาง หนึ่งใจ

posted on 28 Feb 2014 23:11 by fern-cubic4 in FERN-MS

entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ


 

=============================================

 

[MS] สามคน สองทาง หนึ่งใจ [Part1]


Timeline: วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2555


Character: ศรันฉัตร(เฟิร์น) อังคาร(มาร์ส-OC) สิงหา(ออกัส)


Other: กุมภา(น้าภา-OC) กมลฉัตร(แม่เล็ก-OC) อาจารย์เอกภพ(ครูเอิร์ธ)

 

Entryที่เกี่ยวข้อง: [EV-MS] (ข.) เพราะหึง... [Read]

 

[MS] สามคน สองทาง หนึ่งใจ [Part2]

 

Note: เอนทรี่ถวายแด่พี่หวาย ผปค.ครูเอิร์ธและตามาร์สค่า เป็นบรรณาการกับการแข่งแฟนพันธ์แท้

 

สกิปไทม์ไลน์มามาก แอบกลัวว่าจะงงกันมั้ย (คงไม่งงนะคะ)

 

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ^ ^


=============================================


คืนวันศุกร์ 

 

 

“อารมณ์ดีใหญ่นะมาร์ส พรุ่งนี้จะออกไปไหนเหรอ”

 

“ไปเล่นดนตรีในสวนครับอาเอิร์ธ”

 

อังคารตอบสั้น ๆ ใบหน้าเด็กหนุ่มลูกครึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่แผกผิดกับนัยน์ตาสีฟ้าเข้มที่เต็มไปด้วยประกายความหวังอะไรบางอย่าง

 

“อะนะ ไปกับใครละ”

 

แม้สิ่งที่เอกภพได้รับจากหลานชายจะมีเพียงแค่รอยยิ้มปริศนา แต่แท้จริงแล้ว เขาได้คำตอบตั้งแต่ก่อนจะถามคำถามนี้แล้ว

 


ไปกับเพื่อนคนอื่น มาร์สคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้หรอก

 

 

“ขอให้สนุกแล้วกันนะ”

 

........................................

 

“พรุ่งนี้จะไปข้างนอกกับมาร์สเหรอจ๊ะ”

 

กมลฉัตรทวนถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง แม้จะไม่แปลกใจที่รู้ว่าใครชวน แต่เธอก็ประหลาดใจไม่น้อยที่ศรันฉัตรตกลงจะไป

 

“ค่ะ เห็นมาร์สว่าเพื่อน ๆ เขาไปไม่ได้กัน แล้วครั้งก่อน ๆ เฟิร์นก็ไม่ว่างไปเลยค่ะ”

 

กมลฉัตรนิ่ง เริ่มจะเข้าใจว่าลูกสาวของเธอคงสงสารเพื่อนต่างโรงเรียนคนนั้น

 

แต่ศรันฉัตรคงยังไม่รู้...ว่าหนุ่มน้อยคนนั้นคิดอย่างไรกับเธอ แม้จะแสดงออกไม่ชัดเจนเท่ากับอีกคนหนึ่ง แต่คนเป็นแม่อย่างเธอก็พอจะรับรู้ได้

 

“แม่ไม่อนุญาตเหรอคะ”

 

“เปล่าจ้ะ ถ้าเฟิร์นอยากไปก็ไปสิจ๊ะลูก”

 

กมลฉัตรตอบ ยังไงเธอก็ดีใจที่เห็นลูกสาวได้ใช้ชีวิตอย่างวัยรุ่นปกติบ้าง แต่ก็ยังคงกังวล ด้วยรู้ว่าหากศรันฉัตรรู้เรื่องนี้เท่าไร ลูกสาวของเธอคงจะลำบากใจไม่น้อย...

 

การเลือกใครคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองเป็นเพื่อนทั้งคู่ และลูกของเธอได้เลือกใครคนหนึ่งไปแล้วโดยที่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

 

 

“แล้วจะกลับมาทานข้าวมั้ยจ๊ะ”

 

...............................

 

“นะคร้าบ น้าภาคนดีของกัสจ๋า เห็นแก่หลานตาดำ ๆ พรุ่งนี้ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิน้า”

 

กุมภานั่งเท้าคางมองหลานชายตัวใหญ่ เอาหน้าไถ ๆ มือกับเธออย่างหมั่นไส้แก้มเอ็นดู ไม่ว่าจะกี่ปี ๆ สิงหาก็ยังคงเป็นหลานชายที่แสนขี้อ้อนของเธออยู่เสมอ เว้นแต่ว่า ปีนี้หลานชายเธออายุ 17 ไม่ใช่เด็ก 7 ขวบเหมือนเมื่อสิบปีก่อน

 

เธอเคยคิดว่าหากหลานชายมีความรัก มันจะทำตัวเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น

 

 

แต่เธอคิดผิดอย่างแรง

 

 

“อะไร... แค่นี้ไม่มีปัญญาจัดการเองแล้วจะจีบสาวติดเหรอวะไอ้กัส โตเป็นควายแล้วนะแก”

 

เธอบ่นแกมหยอก สะใจนิด ๆ ที่เห็นพ่อหลานชายตีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม แม้จะมั่นใจว่ามันแกล้งทำไปอย่างงั้นก็ตาม

 

“เออ ๆ ก็ได้ ๆ เดี๋ยวน้าไปเป็นเพื่อน แต่ถ้าเจอเมื่อไรฉันกลับละนะ ไม่อยากเป็นกอขอคอ”

 

“หูย รักน้าที่สุดเลยครับผม”

 

เธอยกมือขยี้หัวหลานชายที่ยิ้มแป้นแล้นหน้าเป็นไม่เปลี่ยน พลันความคิดบางอย่างก็พุ่งเข้าใส่หัวเธอ เรียกให้เธอต้องหัวเราะออกมา

 

 

“ว่าไป ไอ้ที่แกจะทำ มันก็เรียกว่าเป็นกขค.ชาวบ้านไม่ใช่เหรอไงยะ!!”

 

=============================================


เช้าวันเสาร์

 

 

“รอนานไหมมาร์ส”

 

อังคารหันกลับไปตามเสียง หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นคนที่เขารอเดินตรงมา แม้จะเคยเห็นเธอในชุดไปรเวท แต่ภาพเด็กสาวในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ปล่อยผมต่างจากทุกวัน ช่างต่างจากเด็กสาวในชุดนักเรียนที่เขาเคยคุ้น

 

“ไม่หรอกครับ ผมเพิ่งลงจากรถขบวนที่แล้วเองครับ”

 

คำโกหกคำแรกถูกเอ่ยออกไป ความจริงแล้วเขามารอเธอได้เกือบสิบห้านาทีแล้ว แต่เขาไม่อยากทำให้เธอรู้สึกผิดที่ทำให้เขารอนาน

 

“ขอโทษนะที่เรามาช้าไปหน่อย นั้นรีบไปกันเลยดีกว่าไหมมาร์ส มาร์สต้องไปถึงที่สวนตอนก่อนเที่ยงไม่ใช่เหรอ”

 

“อ่อ ไม่เป็นไรครับ” คำโกหกคำที่สองถูกพูดออกไป “พอดีทางนั้นเลื่อนเวลาออกไปเป็นบ่ายสองโมงครึ่งแล้วครับ เพิ่งบอกผมเมื่อครู่นี้เอง”

 

จริง ๆ เวลาที่เขาจะต้องเล่นดนตรีถูกกำหนดไว้อย่างที่เขาบอกมาแต่ต้น แต่เขาจงใจโกหกเธอ เพียงแค่ต้องการใช้เวลาอยู่กับเธอ..สองคน..ให้นานขึ้นก็เท่านั้น

 

“อ่า.. แล้วงี้มาร์สจะทำไรก่อนดีล่ะ เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงอยู่นะ”

 

“ไม่รู้เหมือนกันครับ” เขาโกหกเธออีกครั้ง “หรือว่าจะไปนั่งอ่านหนังสือที่สวนรอไหม เฟิร์นเอาหนังสือเรียนมาด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

 

เขาทำทีเสนอความเห็น แต่จริง ๆ แล้วเขามีแผนที่ดีกว่านั้น..

 

และเพราะการนี้ ทำให้อังคารต้องยอมโกหกเรื่องเวลานัดมาตั้งแต่ต้น

 

“อื้ม อย่างนั้นก็ได้นะ เห็นตอนนั้นมาร์สขอให้เราติวเลขใช่ไหม”

 

รถไฟฟ้าจอดเทียบชานชลาสถานีสยาม เขาเดินตามหลังศรันฉัตร รอจนเธอเดินแทรกฝูงคนจำนวนมากเข้าไปยังที่ว่างตรงท้ายขบวน เพื่อนสาวของเขาถอนหายใจ แล้วเอ่ยเบา ๆ

 

“เสียดายนะ ที่เพื่อนมาร์สมาไม่ได้”

 

“นั่นสิครับ ผมก็เสียดายอยู่”

 

เขาโกหกเป็นครั้งที่สี่ อันที่จริง นี่อาจจะเป็นคำโกหกแรก ที่ทำให้เกิดเรื่องราวในวันนี้ก็เป็นได้

 

ความจริงก็คือ...เขาไม่ได้ชวนเพื่อนมาตั้งแต่ต้น

 

 

เพราะเขาตั้งใจที่จะชวนแค่เธอมาแต่แรกแล้วต่างหาก

 

 

ประตูรถไฟฟ้าปิดลง อังคารเงยหน้าขึ้นมองผังสถานีอย่างช่างใจอีกครั้ง โดยไม่สังเกตถึงนัยน์ตาคู่หนึ่ง ที่จับจ้องทั้งเขาและศรันฉัตรอยู่ไม่ห่างออกไป

 

...............................................

 

ศรันฉัตรเหม่อมองฟ้าหลัวนอกหน้าต่างรถไฟฟ้า เมฆสีเทาเข้มทำเธอกังวลแทนอังคารอยู่ไม่น้อย

 

และก็ชวนอึดอัดอย่างประหลาด

 

เสียงครืน ๆ ดังแว่วมาเป็นระยะ น่ากลัวว่าฝนคงตกในไม่ช้า สิ่งเดียวที่เธอหวังคือ ขอให้ฝนหยุดตกทันก่อนเวลาที่เพื่อนต่างโรงเรียนของเธอจะเล่นดนตรีก็พอ

 

 

“อะ นี่ครับ”

 

 

“อะไรเหรอมาร์ส”

 

เธอเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มลูกครึ่งฟินนิชอย่างรู้สึกผิด ที่มัวแต่เหม่อจนไม่ได้ฟังที่อีกฝ่ายพูดเลย

 

“เพลงที่ผมจะเล่นคราวนี้ครับ แต่งวดนี้ใช้ไวโอลินแทน”

 

ศรันฉัตรเสียบหูฟังของอังคาร บทเพลงที่เธอคลาสิกที่เธอเคยผ่านหูหากแต่ไม่รู้ชื่อ ทำนองเพลงอ่อนหวาน ที่เธอฟังแล้วนึกถึงหน้าใครคนหนึ่งขึ้นมา

 


ป่านนี้จะอ่านหนังสือไปถึงไหนแล้วนะ นี่ก็ใกล้สอบแล้วด้วย

 

 

บทเพลงจบลง เธอถอดหูฟังส่งคืนอังคาร ทันทีกับเสียงประกาศบอกสถานีต่อไปดังขึ้น

 

“มาร์ส นี่เราเลยมาแล้วนี่นา

 

ศรันฉัตรหน้าซีด เมื่อพบว่าเธอผ่านสถานีอันเป็นปลายทางมาแล้ว แถมเลยมาถึงสองสถานีด้วยซ้ำ

 

“อะ นั้นผมว่าเราลงรถกันก่อนแล้วกันครับ”