entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ


 

=============================================

 

Sub DB1.4 เจาะลึกเรื่องศรันฉัตร 

 

จบม.ห้าแล้ว มาอัพเดทเจาะลึกเรื่องของศรันฉัตรกันดีกว่าค่ะ

 

อนึ่ง ขอบคุณคุณแม่พี่ว่านรุ่นสอง ที่ทำแบบฟอร์มของดีบีตัวนี้ กับคุณแม่พี่น้ำตาลรุ่นสอง ที่ทำไว้ชนิดละเอียดมากค่ะ

 

entry นี้เขียนขยายความ DB1.4 ศรันฉัตรกับทะเบียนประวัติ ค่ะ (ซึ่งจะใช้ตั้งแต่ขึ้นม.6 เทอม1 เป็นต้นไป)

 

ข้อมูลที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง จะใช้ตัวอักษร สีนี้ นะคะ

 

เอาข้อมูลเดิมมาแปะเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยนะคะ

 

Sub DB1.3 เจาะลึกเรื่องศรันฉัตร [Read]

 

==================================================

 

 

1.ข้อมูลทางกายภาพเบื้องต้น

เพศ – หญิง

ส่วนสูง – 163 CM (จะไม่สูงไปกว่านี้แล้ว)

น้ำหนัก – 43 KG (ช่วงปิดเทอมอ่านหนังสือหนักมาก จนน้ำหนักลดฮวบ) 45 KG (กลับมาเท่าเก่าแล้ว)

หมู่โลหิต – A

สีผิว สีตา สีผม

– ผิวขาวอมเหลืองแบบลูกคนจีน ตาสีดำสนิท ผมสีน้ำตาลเข้ม (จะเห็นเป็นสีน้ำตาลเวลายืนอยู่กลางแจ้ง)



2.ลักษณะเด่นอื่นๆ

2.1 รูปร่าง

- รูปร่างค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเพื่อนในห้อง ดูสมส่วน แต่จริงค่อนข้างไปทางผอมบางมากกว่า

- ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ

- ผิวค่อนข้างขาวเพราะไม่ค่อยได้โดนแดดบ่อยเท่าไร

- ไม่แบน แต่ก็ไม่ได้อึ๋มแต่อย่างใด


2.2 ใบหน้า

- ใบหน้ารูปไข่

- นัยน์ตาสีดำสนิท ค่อนข้างโต แววตาอ่านความรู้สึกง่าย สายตาสั้นประมาณ 75 แต่จะใส่แว่นเฉพาะเวลาเรียนกับอ่านหนังสือ

- คิ้วค่อนข้างเข้ม มักติดนิสัยขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

- มักมีถุงใต้ตาปรากฏให้เห็นเวลานอนไม่พอ ในช่วงเทอมสองจะปรากฏให้เห็นแทบทุกวัน

- เป็นคนยิ้มสวย แต่ไม่ค่อยได้ยิ้มมากเท่าไรนัก เริ่มยิ้มมากขึ้นกว่าเดิม แต่จะเป็นยิ้มอ่อน ๆ ไม่ยิ้มกว้างจนเห็นฟัน

- โดยรวมจัดว่าหน้าตาดี แต่ความที่หน้าตานิ่งๆ แล้วชอบทำหน้าเครียด คนเลยคิดว่าหน้าดุ

ปัจจุบันหน้าไม่ชวนดูดุเท่าเก่า และดูสวยขึ้น เพราะกำลังมีความรัก ส่งผลให้ยิ้มอ่อน ๆ บ่อยขึ้น


2.3 ทรงผม

- ผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ยาวเลยบ่า ตัดตรง มีเล็มปลายเล็กน้อย ตัดหน้าม้ายาวระดับคิ้ว

- มีลูกผมอยู่พอสมควร

- มัดทรงแกละต่ำ ติดกิ๊บรวมผมหน้าม้าขึ้นไปเพื่อไม่ให้ปรกหน้าปรกตา

- ผูกโบว์สีดำหรือขาว ติดกิ๊บสีดำหรือขาว

- เวลาอยู่บ้านมักปล่อยผม แต่ส่วนใหญ่จะยังคงติดกิ๊บรวบผมหน้าม้าขึ้นไป เพียงแต่อาจจะเป็นกิ๊บที่มีสีสันอื่น หรือใช้ที่คาดผมคาดเอา



3.หมายเหตุพิเศษทางกายภาพ

3.1 การแต่งกายในโรงเรียน

- ชุดนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลปกติ เสื้อแขนตุ๊กตา คอปก พอดีตัว ติดเข็มกลัดโรงเรียนไว้ที่อกขวา กระโปรงจีบพับสีประจำโรงเรียน ยาวเลยเข่าเล็กน้อย ใส่ถุงเท้าพับสามทบ รองเท้านักเรียนหญิงสีดำไม่มีลวดลายใดๆ

- ใส่นาฬิกาสีขาวยี่ห้อ Folli Follie รุ่นDonatella watch ไว้ที่ข้อมือซ้าย (ได้รับจากแม่เลี้ยงเป็นของขวัญวันเกิดอายุครบ 16 ปี)

- ภาพรวมคือเด็กสาวที่แต่งกายถูกระเบียบ เรียบร้อยอยู่เป็นนิตย์


3.2 Theme ของเฟิร์น

- เด็กเรียน ขรึม เรียบร้อย

- แต่ลึกๆ แล้ว เป็นสาวน้อย หัวอ่อน ติดจะขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเองนิดๆ



4. ภาพรวม (พร้อมยกตัวอย่างประกอบคำอธิบาย)

 

 

(ภาพบนเป็นภาพOfficial วาดโดยพี่โคค่อน ภาพล่างเป็นภาพที่แม่เฟิร์นวาดเองค่ะ แต่ความจริงเฟิร์นไม่ผมแดงมากเหมือนในรูป...แสกนแล้วสีเพี้ยน)

อ่า....ภาพพี่ค่อนวาดไว้ชัดเจนแล้วเนาะ 5555

ภาพรวมเฟิร์นก็อย่างว่าค่ะ ดูเป็นเด็กเรียนขรึมๆ เรียบร้อย เจือเศร้านิดๆ เทียบกับในรุ่นแล้วก็ค่อนข้างจะดูเป็นสาวกว่าเพื่อนๆ อยู่นะ (ทั้งๆ ที่อายุน้อยที่สุด) เทียบเป็นสีแล้ว คงออกแนวสีชมพูอมม่วง เทาๆ หน่อย (ขรึม เครียด แต่ก็ยังเป็นผู้หญิงนั่นเอง)

ปกติเฟิร์นเป็นคนอ่านง่ายค่ะ มีอะไรก็ออกมาที่แววตาก่อนเป็นอันดับแรก

เพิ่มเติมว่า เวลาเฟิร์นเขินอายนั้น หน้าจะแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดค่ะ ถ้าโกรธ เครียด คิ้วก็จะขมวดไปก่อนเลย



5. หากจะเขียนถึงเฟิร์น

5.1 การมองโลกแบบเฟิร์น

- เป็นคนมองโลกแบบจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อนฝูง เรื่องความรัก แต่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพน้อยที่สุด

- ค่อนข้างจะเกรงใจคนอื่นอยู่มาก โดยเฉพาะกับที่บ้าน เนื่องจากที่บ้านแยกกันอยู่ กอปรกับ ณ ตอนนี้ยังไม่สนิทใจกับคนอื่นเท่าไรนัก ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้คือ เฟิร์นมักที่จะเลือกเก็บปัญหาไว้กับตัวเองมากกว่าที่จะระบายให้คนอื่นฟัง เพียงหลัง ๆ ไม่ปิดอะไรกับที่บ้านแล้ว แล้วก็เริ่มระบายให้อาจารย์ที่สนิท (ครูกช ครูชา) และเพื่อน ๆ ฟัง โดยเฉพาะโมราที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุด กับออกัสที่เป็นแฟน

- หัวอ่อน และติดจะหัวโบราณในหลาย ๆ ครั้ง

- สังเกตคนอื่นอยู่ห่าง ๆ แต่บางครั้งก็ด่วนตัดสินคนอื่นเพียงเพราะ first impression


5.2 ปกติวิสัยเฟิร์น

- ลักษณะภายนอกนั้น เป็นคนจริงจัง อดทน ฮึด เครียด ค่อนข้างขี้เกรงใจ

- พยายามจะทำทุกอย่างออกมาให้สมบูรณ์แบบ

- ยึดถือเรื่องเรียนกับเรื่องงานเป็นสรณะ ฉะนั้นกับเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน จะไม่ค่อยเกรงใจใครเท่าไร

- หลังจากเหตุการณ์วันไหว้ครู เฟิร์นจะสังเกตท่าทีคนรอบข้างมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสุขภาพของคนรอบตัว (เพราะกลัวซ้ำรอยกรณีของปั้นทราย)

- ลึกๆ แล้ว มีความเป็นสาวน้อยและใสซื่อสูงกว่าที่หลายคนคิด ดังเช่น ขี้อาย เขินง่าย แต่ตอนนี้ดูออกแล้วว่าใครเข้ามาจีบตน

- เป็นประเภทของคนที่ถูก “แกล้งง่าย”

- เป็นคนพูดตรงๆ แต่ไม่ค่อยพูดในสิ่งที่ตนคิดเท่าไรนัก ลักษณะการพูดจาจะดูเป็นทางการมากกว่าเป็นกันเอง

- สังเกตคนรอบข้างในระดับหนึ่ง แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเท่าไรเพราะกลัวว่าจะไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่น เขา เว้นแต่จะสนิทกันแล้วในระดับหนึ่ง หรืออีกฝ่ายเปิดปากขอให้ช่วย

- กับคนที่มีปัญหาด้วย หรือรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตนเท่าไร จะไม่กล้าเข้าหาเท่าไรนัก (เว้นแต่เรื่องงาน หรือเพื่อนพาไป)

- ไม่ชินกับการถูกเนื้อต้องตัวกับเพศตรงข้าม เพราะไม่ได้อยู่กับพ่อมาหลายปีแล้ว เลยทำให้วางตัวไม่ถูกเวลาโดนจีบ แม้จะมีแฟนแล้วก็ยังคงไม่ชินอยู่ดี

- เวลายิ้ม จะยิ้มอ่อน ๆ ไม่ยิ้มกว้างเท่าไรนัก

- เวลาเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ มักจะเดินไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำก่อน


5.3 ภาพรวมจากสายตาสังคม

- เด็กเรียน ขรึม เครียดง่าย เรียบร้อย

- มีสัมมาคารวะต่อผู้หลักผู้ใหญ่

- สาวบุคลิกหัวหน้าห้อง?!?!

- คนที่ไม่น่าจะมีแฟนแต่มีแฟน?!


5.4 ท่าทีต่อเพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง และอาจารย์

- เริ่มเข้าหาเพื่อนร่วมห้องมากขึ้น แต่กลับรุ่นพี่ อาจารย์ที่ยังไม่เคยคุย คนแปลกหน้า ก็ยังไม่ค่อยกล้าเข้าหาใครก่อน เว้นแต่จะมีเรื่องงานหรือเรื่องเรียน

- กับรุ่นน้อง จะพยายามเข้าหาบ้าง เมื่อเทียบกับรุ่นพี่ อาจารย์ที่ไม่เคยคุย เว้นกับรุ่นน้องที่ไม่ถูกชะตา

- ยิ่งถ้าเป็นน้องที่สนิท (เช่นน้องที่มาสัมภาษณ์ กับน้องในสายรหัส) อาจจะทักทายก่อนด้วยซ้ำ

- กับคนที่สนิททางใจ หรือมีเรื่องให้ต้องเป็นห่วงเป็นพิเศษ จะเข้าหาก่อนบ้าง แต่ตั้งแต่เทอมสอง เฟิร์นจะลดการเข้าหาคนอื่นลง เพราะเริ่มคิดว่าตนเองสนิทกับคนอื่นไปเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ แต่ถ้าอีกฝ่ายดูซึม คงจะถามตรงๆ เพราะกลัวซ้ำรอยลูกพี่ลูกน้อง ส่วนมากเข้าหาเพื่อนร่วมห้องเกือบทุกคนแล้ว

- กับคนที่มีปัญหาอยู่ หรืออีกฝ่ายไม่ชอบตน จะเลี่ยงๆ ไม่กล้าเข้าหาเท่าไร แต่ทั้งนี้ไม่ได้ไม่ชอบอะไรนะ (แค่กลัวปฏิกิริยาที่จะได้รับ)


5.5 สนทนาภาษาเฟิร์น

-เวลาพูดกับคนที่มีอายุมากกว่า จะใช้สรรพนามแทนตัวว่าหนู หรือเฟิร์น (ในกรณีที่สนิท) และมักจะมีคำลงท้ายเสมอ

กับอาจารย์ จะเรียกอีกฝ่ายว่าอาจารย์ (มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนคำเรียกว่าครูหากมีคนติงหรือคนใช้เยอะกว่า)

กรณี อาจารย์อยู่กันหลายๆ ท่าน จะเรียกชื่ออาจารย์คนนั้นตามหลังด้วย จะเรียกชื่อเล่นก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายขอให้เรียก หรือตนเองรู้สึกสนิทใจที่จะเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อเล่น (เช่น ในช่วงที่เพิ่งรู้จักกัน เฟิร์นจะทักครูเอิร์ธว่า "สวัสดีค่ะอาจารย์เอกภพ" แต่ถ้าครูเอิร์ธขอให้เรียกชื่อเล่น หรือคุ้นเคยด้วยพักนึงแล้ว เฟิร์นก็จะทักครูเอิร์ธว่า "สวัสดีค่ะอาจารย์เอิร์ธ")

กับรุ่นพี่ จะเรียกอีกฝ่ายว่าพี่

กรณี พี่อยู่กันหลายๆ คน จะเรียกอีกฝ่ายหนึ่งว่าพี่และตามด้วยชื่อของพี่คนนั้น จะเรียกชื่อเล่นก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายขอให้เรียก หรือตนเองรู้สึกสนิทใจที่จะเรียก (เช่น ในช่วงแรก เฟิร์นอาจจะทักเพียงว่า "สบายดีมั้ยคะพี่เพียงพิทักษ์" แต่ถ้าเพียงขอหรือคุ้นเคยด้วยพักนึง เฟิร์นจะทักเพียงว่า "สบายดีมั้ยคะพี่เพียง" สั้นๆแทน)

-เวลาพูดกับคนรุ่นเดียวกัน จะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าเรา และเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อ ถ้าสนิทกันแล้ว อาจจะเรียกว่า นาย/เธอ บ้าง

-เวลาพูดกับคนที่อายุน้อยกว่า จะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าพี่ และเรียกอีกฝ่ายว่าเรา/น้อง (ตามด้วยชื่อ)

กรณี น้องอยู่กันหลายๆ คน จะเรียกอีกฝ่ายว่าน้องและตามด้วยชื่อของน้องคนนั้น เช่นเดียวกัน จะเรียกอีกฝ่ายหนึ่งด้วยชื่อเล่นหากอีกฝ่ายขอหรือรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้น

พอรู้จักรุ่นน้องไปพักนึงแล้ว จะไม่ใช้ ค่ะ/คะ ตอนพูด ถ้าอยากให้สุภาพจะใช้คำว่า จ้ะ/จ๊ะ แทน หรือไม่ก็ใช้ อื้ม นะ ลงท้ายประโยค เหมือนตอนคุยกับเพื่อน

-กับคนในครอบครัว จะแทนตัวเองว่าเฟิร์นเสมอ

-ถ้าเวลาไม่พอใจใคร จะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าดิฉัน


 


6. ข้อพึงระวัง

- เฟิร์นจะหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบ เป็นคนที่ยิ่งโกรธยิ่งใช้คำสุภาพ จะไม่โวยวายด่าทอหยาบๆ โดยเด็ดขาด

- เป็นคนโกรธยาก แต่ถ้าขอโทษดีๆ หรืออ้อน ก็จะหายโกรธได้ไม่ยาก

- ถ้าตัวเองเป็นฝ่ายผิด เนื่องจากลดทิฐิลงแล้ว เฟิร์นจะเป็นฝ่ายขอโทษก่อนแน่นอน (สืบเนื่องมาจากกรณีวันไหว้ครู)

- ชอบโทษตัวเองมากกว่าโทษคนอื่น

- อนึ่ง เฟิร์น กรี๊ดไม่เป็น (ตอนเด็กๆ แม่สอนว่า การกรี๊ดเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ เฟิร์นเลยจำใส่ใจมาจนทุกวันนี้) แม้จะหัดกรี๊ดจากเมย์มาแล้ว แต่ก็ยังกรี๊ดไม่เป็นอยู่ดี



7. เฟิร์นกับครอบครัว

- เป็นลูกสาวคนเดียว พ่อชื่อศรันย์ (รัน-48 49) ประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าด้านหัตถกรรม แม่ชื่อกมลฉัตร (เล็ก-46 47) เป็นผู้ดูแลกองทุนในบริษัทกองทุนแห่งหนึ่ง

- โดยรวมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว แต่เนื่องจากพ่อแม่เลิกกัน เลยไม่สนิทใจกับพ่อเท่าไรนัก

- กับแม่ เพราะเฟิร์นเห็นแม่ทำงานหนักมาตลอด เลยพยายามทำตัวเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาทเพื่อให้แม่สบายใจ

- ไม่เล่าปัญหาให้พ่อกับแม่ฟัง ถ้าอีกฝ่ายไม่เข้าไปถามก่อน เพราะไม่อยากเป็นภาระให้พ่อ และไม่อยากทำให้แม่เหนื่อยเพิ่ม ไม่ปิดบังอะไรพ่อแม่แล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ปัญหาหนักมาก ก็จะพยายามไม่เป็นภาระให้แก่ทั้งคู่

- หลังเปิดเทอมมา เฟิร์นค่อนข้างมึนตึงกับทั้งพ่อและแม่ เพราะพ่อและแม่ปิดบังความจริงเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องฆ่าตัวตายมาตลอด

- สนิทกับลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อใบหม่อน (อายุห่างกับเฟิร์น 5 ปี เสียชีวิตตอนเฟิร์นอยู่ม.2) มาก กล่าวได้ว่าใบหม่อนคือแรงบันดาลใจของเฟิร์น แต่ขณะเดียวกัน ก็เป็นเงาที่เฟิร์นเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ และสลัดออกไม่พ้นอยู่

- เพิ่งรู้ว่าใบหม่อนฆ่าตัวตายเมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา

- พ่อกับแม่เป็นห่วงเรื่องพฤติกรรมการบ้าเรียนกับความเอาจริงเอาจังของลูกมาก แต่ไม่ได้พูดเรื่องนี้กับเฟิร์นแต่อย่างใด เพราะพ่อมองว่าตัวเองไม่อยู่ในฐานะจะพูด แม่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหน

- ไม่มีปัญหากับแม่เลี้ยง (ดารากา (ดา-42 43)) ค่อนข้างที่จะคุยกันได้ดี หากเที่ยบกับญาติพี่น้องทางฝ่ายพ่อที่ชอบว่าเธอกับแม่



8.ความสามารถด้านต่างๆ

- ด้านกีฬา : ค่อนข้างแย่ ไม่มีทักษะกีฬาที่ดีเลย แต่อาศัยความอดทนส่วนตัวและความขยันให้อาจารย์ประจักษ์เลยทำให้เรียนวิชานี้ พอรอด (เอาจริง พวกกีฬาที่ใช้ความอดทน อย่างวิ่งระยะไกล จะทำได้ไม่แย่มาก เพราะอาศัยฮึดไปเรื่อยๆ) อนึ่ง ว่ายน้ำพอได้ และปั่นจักรยานเป็น

- ด้านดนตรี : มีทักษะทางดนตรีอยู่พอตัว เสียงดี (ออกไปในแนวอัลโต) หูไม่เพี้ยน จังหวะดี ปัจจุบันเพื่อนร่วมห้องสังเกตบ้าง เพราะเฟิร์นเคยลงวิชาดนตรีเป็นวิชาเลือกตอนม.4

- ด้านศิลปะ : ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านนี้เป็นพิเศษ จัดอยู่ในกลุ่มที่ว่า ทำได้ แต่กลางๆ

- ด้านงานฝีมือ : ทำได้บ้าง แต่ไม่เก่งมาก และทำได้แต่อะไรที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน เช่น ชุนเสื้อ เย็บกระดุม

- ด้านทำอาหาร : ทำได้แค่พื้นฐาน รสชาติไม่ได้อร่อยมาก ส่วนใหญ่ที่ทำได้ก็คืออาหารตระกูลไข่ ผัดผัก แกงจืด ต้มยำ (เริ่มอยากพัฒนาฝีมือด้านนี้ขึ้นบ้าง เพราะเห็นทั้งเพื่อนร่วมห้อง และรุ่นน้องที่มาสอบสัมภาษณ์ มีฝีมือด้านนี้กันเยอะ แล้วก็คิดว่ามีแฟนแล้ว ต้องหัดทำให้เป็น)



9.ความสนใจรอบตัว

1. การเรียน 2. วรรณกรรมดีๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ 3.ดนตรี โดยเฉพาะแนวบลอซซาโนว่า หรืออครูสติก 4.ภาพยนต์เนื้อหาดี (ปกติดูจากแผ่น DVD มากกว่าไปดูในโรง)

จากการเรียนวิชาวรรณกรรมภาษาต่างประเทศใน ปีที่ผ่านมา ทำให้เฟิร์นสนใจด้านวรรณกรรมมากขึ้น และได้ตั้งชมรมวรรณกรรมขึ้นในโรงเรียน



10.วิถีชีวิตของเฟิร์น

10.1 วันธรรมดา

ตื่น 5.00 am>>อาบน้ำ>>ทานข้าวเช้า>>ออกจากบ้าน 6.20 am>>อยู่โรงเรียน>>กลับบ้าน>>แวะซื้อกับข้าว>>(วัน พฤหัสบดี)แวะเอาผ้าที่ร้านซักรีด>>กวาดบ้าน>>ทานข้าว เย็น>>ล้างจาน>>อาบน้ำ>>ทำการบ้าน(กลุ่ม-เดี่ยว)>> อ่านหนังสือสอบ>>ทำแบบฝึกหัด>>ทำสรุป>>ส่งเมสเสจ>>นอน (ปกติไม่เกิน 1.00am 0.30am ช่วงสอบจะอยู่ราวๆ 2.30 am)

 

10.2 วันเสาร์และวันหยุดทั่วไป

ตื่น 7.00 am>>อาบน้ำ>>ทานข้าวเช้า>>ทำงานบ้านประจำสัปดาห์ (ถูพื้น ล้างห้องน้ำ etc)>>ออกไปซื้อของใช้กับแม่ข้างนอก>>ทานข้าวกลางวัน>>ทำ การบ้าน อ่านหนังสือ>>ทานข้าวเย็น (อาจจะไปทานกับพ่อ)>>(ถ้าไม่มีสอบช่วงนั้น) ดูหนังกับแม่>>อาบน้ำ>>ทำการบ้าน เตรียมบทเรียนที่เหลือ ไม่ก็อ่านหนังสือเล่น>>ส่งเมสเสจ>>นอน (ปกติไม่เกิน 1.00am 0.30am ช่วงสอบจะอยู่ราวๆ 2.30 am)

 

10.3 วันอาทิตย์

ตื่น 7.00 am>>อาบน้ำ>>ทานข้าวเช้า>>ไปทำบุญที่วัด>>ทาน ข้าวกลางวัน>>เตรียมบทเรียน อ่านหนังสือเล่น ไม่ก็ออกไปซื้อของข้างนอกกับแม่>>ทานข้าวเย็น>>)>>(ถ้า ไม่มีสอบช่วงนั้น) ดูหนังกับแม่>>อาบน้ำ>>ทำการบ้าน เตรียมบทเรียนที่เหลือ ไม่ก็อ่านหนังสือเล่น>>ส่งเมสเสจ>>นอน (ปกติไม่เกิน 1.00am 0.30am ช่วงสอบจะอยู่ราวๆ 2.30 am)

- ทั้งนี้ ตารางสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ที่ยกมาคือหลักๆ ของแต่ละวันค่ะ



11.บ้านและการเดินทางของเฟิร์น 

- อาศัยอยู่คอนโดมิเนียม 2 ห้องนอนติดสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย ขนาดพื้นที่ประมาณ 60 ตารางเมตร

(อ้างอิงผังคอนโดจาก ไอดิโอ สะพานควาย นะคะ)

- เวลามาโรงเรียน จะนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วต่อรถโรงเรียนไป ขากลับก็เช่นกัน เว้นแต่ว่าจะอยู่เย็นจนหมดรถโรงเรียน ก็จะนั่งรถประจำทางกลับบ้านเอง

- บางครั้งถ้ากลับดึกมาก ไม่สบาย หรือมีโอกาสพิเศษ พ่อ(หรือแม่ แต่น้อยมาก) จะขับรถมารับไปส่งที่บ้านเอง



12.อื่นๆ 

- รู้ตัวแล้วว่าชอบออกัส แต่ขณะเดียวกันก็รู้ว่าทั้งออกัสและมาร์สกำลังจีบตัวเองอยู่ เพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึกมาร์ส กับคิดว่าออกัสจีบตัวเองเพื่อปิดบังรสนิยม เลยทำให้เทอมนี้เฟิร์นพยายามถอยห่างจากคนทั้งคู่

- คบกับออกัสในวันวาเลนไทน์ ยังไม่ได้คุยกับมาร์สเรื่องนี้ เพราะมาร์สหลบหน้าเฟิร์นมาตั้งแต่ปีใหม่

- ที่ตัดสินใจคบกับออกัส เพราะแม่บอกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะหนีความรู้สึกของตัวเอง และการที่เฟิร์นหนี ทำให้ทั้งออกัสและมาร์สเจ็บทั้งคู่

- ไม่ค่อยได้โทรหากันมากเท่าไร เพราะต่างฝ่ายโฟกัสกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เลยใช้วิธีส่ง line หรือ message กันระหว่างวันมากกว่า

Comment

Comment:

Tweet