DB9.3 - ศรันฉัตรกับการศึกษา

posted on 12 Mar 2013 01:35 by fern-cubic4 in FERN-DB

entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 


 

=============================================

 

DB9.3 - ศรันฉัตรกับการศึกษา

 

จบม.5 เทอม1แล้ว มาดูว่าศรันฉัตรพัฒนาการรับมือกับ "การเรียน" ยังไงมากขึ้น เมื่อเริ่มมีปัญหาหัวใจเข้ามาข้องแวะกันนะคะ

 

สีนี้ เป็นส่วนที่แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมค่า

 

เอาข้อมูลเดิมมาแปะเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยนะคะ

 

DB9.2 ศรันฉัตรกับการศึกษา [Read]

 

=============================================

 

1. เกรด ม.5 เทอม1

 

ภาษาไทยพื้นฐาน - ครูปราชญ์ (รอการตัดเกรด)

ภาษาอังกฤษพื้นฐาน - ครูกวี (รอการตัดเกรด)

ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน - ครูกวี (รอการตัดเกรด)

สังคมศึกษาพื้นฐาน - ครูเล (รอการตัดเกรด)

พระพุทธศาสนา - ครูโอ (รอการตัดเกรด)

สุขศึกษา - หมอโชค (รอการตัดเกรด)

พลศึกษา - ครูคมเดช (รอการตัดเกรด)

แนะแนว - ครูชา (รอการตัดเกรด)

คณิตศาสตร์พื้นฐาน - ครูซัน (รอการตัดเกรด)

คณิตศาสตร์เพิ่มเติม - ครูซัน (รอการตัดเกรด)

ฟิสิกส์พื้นฐาน - ครูสายฟ้า (รอการตัดเกรด)

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ - ครูเอิร์ธ 3.5

เคมี - ครูอุนอุน (รอการตัดเกรด)

ชีววิทยา - ครูพัด (รอการตัดเกรด)

วรรณกรรมภาษาอังกฤษ (วิชาเลือก1) - ครูกช (รอการตัดเกรด)

ปรัชญา (วิชาเลือก2) - ครูชา (รอการตัดเกรด)

กิจกรรมชมรม (ชมรมวรรณกรรม) - ครูกช (รอการตัดเกรด)

 

2.วิชาที่ชอบ 


คณิตศาสตร์และฟิสิกส์ เนื่องจากสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย โดยไม่ต้องท่องจำ

 

วรรณกรรมภาษาอังกฤษ เพราะชอบแนวทางการสอนของผู้สอน

 

 

3. วิชาที่ไม่ชอบ


พลศึกษา เนื่องจาก พยายามเท่าใดก็ไม่เคยทำได้ดี

 

เคมี เนื่องจาก เข้าใจได้ยาก

 

 

4. วิชาที่ถนัด


ดนตรี เนื่องจากมีหัวด้านนี้อยู่พอสมควร

 

คณิตศาสตร์ เนื่องจาก เพราะชอบ และหมั่นขยันทำโจทย์บ่อย

 

 

5 วิชาที่ไม่ถนัด

 

พลศึกษา เนื่องจาก ไม่มีทักษะด้านกีฬาเท่าไรนัก

 

ชีววิทยา เนื่องจาก ไม่ถนัดจำศัพท์ภาษาต่างประเทศ (ไม่ถนัดในที่นี้คือ ไม่สามารถได้เกรดสี่ได้อย่างง่ายดายเมื่อเทียบกับวิชาอื่น)

 

 

6. ศักยภาพในการเรียน

 

- หัวดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงขั้นที่เรียกได้ว่าอัจฉริยะ

 

- มีความพยายามและมุมานะสูงมาก คะแนนที่ออกมานั้นเลยดีมากถึงมากที่สุด ยิ่งหากถ้าเป็นวิชาที่ไม่ชอบ หรือไม่ถนัด เจ้าตัวจะพยายามยิ่งขึ้นเพื่อให้เกรดออกมาดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ (เช่นพลศึกษา หรือชีววิทยา)

 

- ความจำค่อนข้างดี ยกเว้นเป็นอะไรที่เป็นคำศัพท์ภาษาต่างประเทศยาวๆ เช่น คำศัพท์เกี่ยวกับชีววิทยาทั้งหลาย จะพบปัญหาว่าใช้เวลานานมากกว่าจะจำคำศัพท์เหล่านั้นได้ทั้งหมด อาจจะต้องทบทวนสามสี่รอบขึ้นไป และอาจจะพบข้อผิดพลาดได้ง่ายกว่าการจำเนื้อหาอื่นๆ


ในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับคำศัพท์ ภาษาต่างประเทศยาวๆ นั้น ไม่ได้เป็นปัญหาแต่กับวิชาชีววิทยาอย่างเดียว แต่รวมถึงวิชาภาษาอังกฤษและวิชาภาษาต่างประเทศอื่นๆ ด้วย เพียงแต่ว่าในวิชาภาษาอังกฤษนั้น มีการให้คะแนนจากส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากคำศัพท์ เช่น การพูด ฟัง อ่าน ไวยากรณ์ และคำศัพท์บางคำเฟิร์นนั้นคุ้นจากการรับสื่อต่างประเทศอยู่แล้ว จึงทำให้เข้าใจและจำได้ง่ายกว่าศัพท์ชีววิทยาที่เป็นศัพท์ที่เฟิร์นไม่คุ้น เคยเลย


- มีความรับผิดชอบในตัวเองสูงมาก เพราะฉะนั้นจะไม่เห็นเฟิร์นส่งงานช้ากว่ากำหนด (เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยจริงจัง และเจ้าตัวจะไม่สบายใจ) โดยมากหากเป็นงานที่มีกำหนดระยะเวลาส่ง เฟิร์นจะรีบทำให้เสร็จตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้รับมอบหมายงานนั้น (งานที่ได้มาจะจดแพลนลงในสมุดออแกไนเซอร์)

 

- เนื่องจากเป็นคนชอบความสมบูรณ์แบบ งานทุกชิ้นของเฟิร์นจะ "ไม่สุกเอาเผากิน" ดังนั้นเฟิร์นจะไม่เผางาน ปั่นงานเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นงานสำคัญหรือไม่ก็ตาม และงานทุกชิ้นเฟิร์นจะคาดหวังว่าจะต้องออกมาให้ "ดีที่สุด" เท่าที่ตัวเองจะมีศักยภาพทำได้

 

- ในการทำการบ้านหรืองานใดๆ เฟิร์นจะชอบทำด้วยตัวเอง แม้จะไม่ชอบให้ลอกการบ้าน แต่หลังๆ มาเริ่มชิน แต่ทั้งนี้ มีข้อแลกเปลี่ยนคือต้องยอมให้เธอ "อธิบาย" เนื้อหาให้เข้าใจก่อน

 

- นอกจากหนังสือเรียนที่อาจารย์มอบหมายให้อ่าน เฟิร์นจะไปหาแบบฝึกหัดเก่าๆ มาทำ หรือหนังสืออื่นมาอ่านประกอบ

 

- หากมีงานกลุ่ม เฟิร์นจะให้ความสำคัญกับงานกลุ่มมากกว่างานตัวเอง เพราะถือว่าถ้าทำไม่ดี ผลที่ได้ย่อมส่งผลกระทบกับคนภายนอกมากกว่า

 

- ถือคติว่า เวลาสอบต้องอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อย 3 รอบ (ไม่รวมทำแบบฝึกหัด มายแมป ทำสรุป)

 

- ไม่กั๊กวิชา หากใครสงสัยอะไรแล้วถาม จะยินดีที่จะอธิบายให้ (แม้จะเป็นคนที่ไม่ชอบก็ตาม)

 

- เป็นคนจดเลคเชอร์ดีและจะทำสรุปประเด็นสำคัญแยกไว้ต่างหาก นอกจากนี้เฟิร์นเป็นคนที่ลายมืออ่านง่าย เพราะฉะนั้นมีแนวโน้มว่าเลคเชอร์และสรุปจะขายดีในช่วงสอบ

 

 

7. การเข้าเรียน

 

เข้าเรียนตรงเวลา ไม่โดดเรียนถ้าไม่จำเป็น (และเจ้าตัวก็ไม่พิศมัยการโดดเรียนเท่าไรนัก)

 

 

8. พฤติกรรมการเรียนทั่วไป

 

ในห้อง


- ตั้งใจเรียนในห้องมาก จดจ่อกับคำสอนของอาจารย์ตลอดเวลา

 

- ไม่หลับโดยเด็ดขาด แม้จะไม่สบายก็จะพยายามฃฝืนตัวเองไว้ แต่ภายหลังจากเหตุการณ์โดนแบกไปห้องพยาบาล หากโดนเพื่อนขู่ ก็จะยอมไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

 

- ไม่ชวนเพื่อนคุยโดยเด็ดขาด และอาจมีไม่สมอารมณ์บ้างเวลาคนอื่นคุยกัน

 

- หากไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน จะรอดูว่าอาจารย์จะเปิดโอกาสให้ซักถามในห้องหรือไม่ ถ้าไม่ให้ถาม เลิกคาบเรียนปุ๊บจะรีบเข้าถามอาจารย์โดยทันที

 

- แต่ถ้าสงสัยในส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญ หรืออาจารย์สอนเนื้อหาพลาด ตกหล่นอะไรไป จะรีบยกมือถามอาจารย์โดยทันที เพราะกลัวเพื่อนคนอื่นเสียประโยชน์ด้วย

 

- ในม.5 อาจจะมีเผลอๆ เหลือบมองแผ่นหลังของใครบางคน แต่ไม่กระทบต่อการศึกษา

 

 

นอกห้อง


- ช่วงเช้า พักระหว่างวัน ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน จะอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ทำการบ้านที่ค้างไว้ ทำข้อสอบเก่า หรือทำสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนไป

 

- กลับถึงบ้าน พอทำงานบ้านเสร็จ จะให้เวลากับการเรียนจนถึงประมาณเที่ยงคืน โดยเริ่มจากทำงานกลุ่ม >> ทำการบ้านส่วนตัว >>ทบทวนเนื้อหาที่จะสอบย่อย >> ทำสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนในวันนี้ >> ทำข้อสอบเก่า

 

- ทั้งนี้หากไม่เสร็จ และไม่ได้อยู่ในช่วงสอบ เฟิร์นจะยกยอดงานที่เหลือมาทำช่วงเสาร์-อาทิตย์แทน

 

 

ช่วงใกล้สอบ 


- แม้จะอ่านหนังสือจนจบแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มั่นใจว่าที่อ่านเองพอหรือไม่ ดังนั้น ช่วงใกล้สอบ (ทั้งสอบย่อย หรือสอบใหญ่) เฟิร์นจะนอนดึกมาก (ราวๆ ตีสองสาม) และจะโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด

 

- จะทำสรุปความเข้าใจแต่ละบทลงในรูปแบบของมายแมป

 

- มีพฤติกรรมการกินข้าวที่น้อยลงกว่าปกติ บางครั้งหากคิดว่าอ่านหนังสือไม่ทันแล้ว ก็จะกินข้าวพร้อมกับอ่านหนังสือไป หรือซื้อแซนวิช บะหมี่ถ้วย นมกล่อง ขึ้นมากินในห้องเรียนแทนการลงไปกินข้าวที่โรงอาหาร หลังๆ อาจจะขอซื้อบะหมี่ถ้วยต่อจากบีน

 

- เริ่มมีพฤติกรรมพูดกับตัวเอง ในลักษณะทบทวนเนื้อหาให้แก่ตนเอง

 

-  ริเริ่มชวนเพื่อนมาติวให้กัน (แทคทีมกันกับรัก) และถ้าเพื่อนคนไหนเรียนอ่อน หรือไม่ตั้งใจเรียนเลย จะเข้มงวดกับการติวให้เพื่อนคนดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ (เช่นออกัส น้ำน่าน ก๊อก กัญ) 

 

- ถ้าน้อง ๆ ขอ ก็จะติวหนังสือให้น้อง ๆ อย่างเต็มใจ ([MS] แค่ปลายเอื้อม [Read] เป็นต้น) 


- ในช่วงนี้ความเครียดจะสูงมาก รวมถึงสุขภาพจะแย่ลงได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทั้งนี้อาจจะเห็นพฤติกรรม หลุดๆ ของเฟิร์นได้ในช่วงนี้(เห็นชัดๆ คือ [MS] วันเบาๆ ก่อนสอบปลายภาค [Part1] [Part2] เป็นต้น)

 

9. อื่นๆ

 

- ไม่เรียนพิเศษที่ไหนเลย (ถือคติว่าต้องทำความเข้าใจด้วยตัวเองให้ได้ก่อน และอีกประการคือเกรงใจพ่อกับแม่)

 

- เฟิร์นเป็นมนุษย์ที่ถ้าไม่ป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อจริงๆ ก็จะไม่ขาดเรียนโดยเด็ดขาด ซึ่งหากเพื่อนจะให้ไปนอนห้องพยาบาล จะพบว่า ยาก มาก(แต่อาจจะง่ายขึ้นโดยการขู่ว่าจะให้ใคร "แบก" เจ้าหล่อนส่งห้องพยาบาล)

 

- ถ้าหยุดเรียนไป พึงสันนิษฐานก่อนว่าเฟิร์นป่วยหนักมากๆ ชนิดที่ต้องส่งโรงพยาบาลอย่างเดียว

 

- ช่วงระหว่างรอคะแนนสอบเป็นช่วงที่ทรมานใจเฟิร์นมาก เพราะมักคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และมักมีอาการพารานอยด์ล่วงหน้า (เห็นชัดในตอน [SS] หลายมาตรฐาน [Read]  )

 

- เป็นคนซีเรียสกับคะแนนมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้ไม่ได้เกรดดีตามที่ตนตั้งใจไว้ หากคะแนนตกกว่าที่คาดไว้ หรือน้อยลงกว่าเทอมก่อน ในเทอมต่อไป จะมุ่งมั่นกับวิชานั้นให้มากกว่าเดิม

 

- ตอนสอบปลายภาค ม.4 เทอม2 วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เฟิร์นโหมอ่านหนังสือมากจนป่วยในห้องสอบ เลยทำให้คะแนนสอบปลายภาคลดลงยิ่งกว่าเทอมแรก (อีกหนึ่งคะแนน 3.5) ทำให้เทอมนี้เฟิร์นจะซีเรียสกับวิชานี้ยิ่งขึ้นไปอีก

 

- ยังคงไม่สามารถทำคะแนนวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศได้เกรด4 (เทอมนี้ได้ 3.5) เลยทำให้เฟิร์นยังคงซีเรียสกับวิชานี้

 

- ตอนนี้ยังไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะเรียนต่อด้านใด แต่คาดว่าจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ หรือไม่ก็ชิงทุนทางด้านนี้ เลยจะพยายามตั้งใจกับวิชาเคมีที่ไม่ชอบ กับชีววิทยาที่ตนไม่ถนัดมากขึ้นเท่าตัว

 

- เพิ่งรู้ความจริงเรื่องที่ลูกพี่ลูกน้องฆ่าตัวตาย ทำให้เจ้าตัวมุ่งจะสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ หรือไม่ก็ชิงทุนไปต่างประเทศ เพื่อจะสานต่อฝันของลูกพี่ลูกน้อง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าจะชอบคณะนี้หรือไม่ และไม่ได้ถนัดเคมีกับชีววิทยาเท่าไร กระนั้น เลยพยายามตั้งใจกับวิชาเคมีที่ไม่ชอบ กับชีววิทยาที่ตนไม่ถนัดมากขึ้นเท่าตัว

 

=============================================

Comment

Comment:

Tweet