entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 


 

====================================================

 

DB2 - ศรันฉัตรกับความเป็นมา

 

มาดูความเป็นมาของศรันฉัตรก่อนเข้าโรงเรียนลูกบาศก์กันเถอะค่า

 

==================================================

 

Time Line

 

 

แรกเกิด - ก่อนเข้าอนุบาล

 

- เป็นหลานสาวคนท้ายๆ ของทางบ้านพ่อ เป็นหลานสาวคนที่สี่ของทางบ้านแม่

- พ่อแม่แต่งงานกันโดยทางบ้านพ่อไม่ยินยอม ทางบ้านพ่อเลยไม่ได้สนใจมากนัก (เว้นแต่คุณปู่ คุณย่า ซึ่งทั้งสองท่านเสียชีวิตหลังจากเฟิร์นเกิดได้ไม่นาน)

- ทางบ้านคุณแม่เป็นคนตั้งชื่อจริงและชื่อเล่นให้ โดยให้คล้องจองกันในรุ่นหลาน (รัตนฉัตร-ใบพลู ปฐมฉัตร-ใบไผ่ (ลูกป้าโต) เฟื่องฉัตร-ใบหม่อน (ลูกลุงใหญ่) ศรันฉัตร-ใบเฟิร์น (ลูกแม่เล็ก) ขวัญฉัตร-ใบบัว (ลูกน้าจี๊ด) นวฉัตร-(ใบเตย) นพฉัตร-(ใบตอง) นฐฉัตร-(ใบตาล) (ลูกน้าน้อย แฝดสาม))

- สนิทกับทางบ้านแม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับใบหม่อน เพราะดองกันทั้งทางพ่อและทางแม่ (แม่ของใบหม่อนเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อ พ่อของใบหม่อนเป็นพี่ชายของแม่) กับลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ใบพลู ใบไผ่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนน้องๆ ที่เหลือยังไม่เกิด เพราะฉะนั้นเลยติดใบหม่อนเอามาก

- ที่บ้านเลี้ยงหมาไว้ตัวหนึ่ง พันธุ์บางแก้ว อยู่ตั้งแต่ก่อนเฟิร์นเกิด ชื่อเจ้าจุด

- ก่อนนอน พ่อหรือแม่มักจะอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟังทุกคืน เลยชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่ตอนนั้น

 

 

พื้นฐานนิสัย : เป็นเด็กเงียบๆ เรียบร้อย แต่ยังแจ่มใสในระดับหนึ่ง หัวอ่อน ขี้อายนิดๆ ไม่กล้าเข้าหาคนแปลกหน้าเท่าไร รักหมามาก แล้วเริ่มจะชอบอ่านหนังสือ

 

 

อนุบาล

 

- เป็นเด็กที่หัวดีพอสมควร สามารถอ่านหนังสือออกได้ตั้งแต่ก่อนสามขวบ (ผลจากการฟังพ่อแม่อ่านนิทานทุกคืน) แต่ไม่ถึงกับขั้นเป็นอัจฉริยะ ไม่มีทักษะกีฬาเท่าไรนัก

- เริ่มรับรู้ถึงความมึนตึงของทางญาติพ่อ เลยทำให้เงียบมากเวลาที่เจอญาติทางพ่อ และเนื่องจากไม่อยากโดนเกลียดไปมากกว่านี้ ใครสั่งอะไรเลยพยายามทำตามหมด

- เริ่มมองใบหม่อนเป็นฮีโร่ เพราะใบหม่อนสามารถปรับตัวเข้าหาญาติทางพ่อได้ดีกว่าตัวเอง

 

 

ผลกระทบ :  เรื่องของครอบครัวทางพ่อ เลยทำให้เฟิร์นเชื่อฟังผู้ใหญ่ในระดับหนึ่ง เงียบขรึมกว่าเดิม

                    มองใบหม่อนเป็นเหมือนฮีโร่ของตัวเอง

                    ไม่ชอบสายตาดูถูกดูแคลนมานับแต่นั้นมา

 

 

ประถมศึกษาตอนต้น

 

- ตอนขึ้นป.2 พ่อกับแม่ตัดสินใจแยกทางกัน (ด้วยดี) เจ้าจุดตาย

- ย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียมกับแม่แถววิภาวดีรังสิต แม่ทำงานหนักขึ้น

- เพื่อไม่ให้แม่เหนื่อยไปมากกว่านี้ เลยพยายามทำตัวเป็นเด็กดี รับผิดชอบเรื่องส่วนตัวอย่างเต็มที่ที่สุด

- ทางบ้านพ่อปรามาสแม่ว่า เลี้ยงลูกคนเดียวจะเสียคนโดยไม่รู้ตัว และเมินเฟิร์นยิ่งกว่าเก่า

- ใบหม่อนให้กำลังใจเฟิร์น โดยแนะนำว่าให้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่า ทุกคนคิดผิด

- เฟิร์นเลยฮึดสู้ เทอมถัดมาจึงสอบได้ 4.00 ติด 1/5 ของชั้น ทำให้ทางบ้านพ่อเริ่มโอ๋ขึ้น บวกพ่อกับแม่ดูดีใจที่สอบได้คะแนนดี

 

 

ผลกระทบ : ขรึมไปมากกว่าเดิมหลังพ่อแม่แยกทางกัน

    มุมานะกับการเรียนมากๆ เพราะคิดว่าเรียนดีแล้ว ตัวเองดูมีค่ามากขึ้นในสายตาที่บ้านพ่อ แล้วก็พ่อกับแม่ดูมีความสุข

    ทำตัวเป็นเด็กดี (รับผิดชอบเรื่องเรียน กับเรื่องที่บ้าน) เพื่อไม่ให้แม่ต้องเหนื่อยมากขึ้นไปอีก แต่ในขณะเดียวกัน ก็พูดกับแม่น้อยลง

                   เริ่มเก็บปัญหาไว้กับตัวเอง เพราะกลัวคนรอบข้างเหนื่อยไปมากกว่านี้

                   ยังคงคุยกับพ่อได้อยู่ เพียงแต่ช่องว่างมากขึ้น

                   พอพ่อแยกบ้านออกไปแล้ว เลยทำให้ไม่คุ้นเคยกับการอยู่กับผู้ชายเท่าไรนัก

 

 

ประถมศึกษาตอนปลาย

 

- มีปัญหากับเพื่อน เนื่องจากดูตั้งใจเรียนเกิน และเป็นที่รักของอาจารย์มากเกิน

- ใบหม่อนคงบอกว่าไม่ต้องสนใจ ถ้าเก่งแล้วคนเหล่านั้นก็จะมาสนใจตัวเองอยู่ดี

- เริ่มฮึดสู้ทำกิจกรรมทุกอย่างที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงทำงานที่ไม่มีใครอาสาทำด้วย ขณะเดียวกันการเรียนก็ต้องดีสม่ำเสมอเช่นกัน

- เพื่อนเริ่มยอมรับมากขึ้น ได้รับเลือกเป็นหัวหน้างานบ่อยครั้ง จนกระทั่งได้เป็นหัวหน้าห้อง แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีเพื่อนสนิทเท่าไร

 

 

ผลกระทบ : เริ่มทำตัวให้สมบูรณ์แบบทั้งการเรียน กิจกรรม

                   จากการที่มีปัญหากับเพื่อน เลยทำให้นิ่งมากขึ้น ไม่กล้าเข้าหาคนมากกว่าเดิมถ้าไม่จำเป็น

 

 

มัธยมศึกษาตอนต้น

 

- โรงเรียนในช่วงมัธยมศึกษาตอนต้นนั้น เป็นโรงเรียนชั้นนำ ที่เรียนหนักมาก

- ยังคงไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไร และก็ยังถูกเขม่นนิดๆ แต่อย่างนั้นก็ยังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าห้องอยู่เสมอ

- ม.1 ใบหม่อนได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ก่อนไปบอกเฟิร์นให้ตั้งใจเรียนดีๆ ทำกิจกรรมเยอะๆ เป็นเด็กดี กลับมาแล้วจะซื้อของมาฝาก

- ม.2 ใบหม่อนส่งจดหมายมาหาเฟิร์น ว่าคิดถึง ให้เป็นเด็กดี แล้วเราจะเจอกันในอีกไม่ช้า

- หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ใบหม่อนเสียชีวิต เฟิร์นรู้เพียงแค่ว่าถนนลื่น รถเลยแฉลบออกนอกทาง พลัดตกเหว

(spoil ความจริงใบหม่อนเจตนาฆ่าตัวตาย เนื่องจากปรับตัวไม่ได้ ผลการเรียนไม่เป็นที่น่าพอใจ และมีจดหมายอีกฉบับที่ตั้งใจจะส่งให้เฟิร์น แต่ไม่ได้ส่ง คงอยู่กับแม่ของเฟิร์น)

- ตั้งใจฮึดสู้ที่จะเข้าโรงเรียนเดิมที่ใบหม่อนจบมา เพื่อให้ทุกคนภูมิใจ และเป็นตัวแทนของใบหม่อน ทำให้โหมเรียนหนัก และทำกิจกรรมมากกว่าเดิม

- ก่อนสอบเพียงสามวัน เฟิร์นล้มป่วยลงด้วยโรคปอดอักเสบ ทำให้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์เต็ม เลยไม่ได้ไปสอบยังโรงเรียนที่ต้องการ

- พ่อกับแม่เล็งเห็นว่า การเปลี่ยนสถานที่เรียน น่าจะเป็นผลดีกับตัวเฟิร์นมากกว่า เลยเสนอให้ไปสอบเข้าโรงเรียนลูกบาศก์แทน

- เจ้าตัวไม่ได้ผูกพันกับโรงเรียนเก่ามากนัก เลยยินดีที่จะไปสอบยังโรงเรียนลูกบาศก์

 

 

ผลกระทบ : จากโรงเรียนตอนมัธยมต้นสภาพการแข่งขันสูง เลยทำให้เก็บตัวและตั้งใจเรียนมากกว่าเดิม

    การตายของใบหม่อน เป็นสิ่งที่กระทบกับเฟิร์นระยะยาว เพราะใบหม่อนเป็นเหมือนฮีโร่ของเฟิร์น เมื่อตายไป เฟิร์นเลยพยายามผลักดันตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อทุกคนจะได้ดีใจ และเป็นตัวแทนของใบหม่อนที่ตายไปแล้ว

 

 

 

ปัจจุบัน

- เป็นคนติดจะเคร่งขรึม ดูเครียด ใช้ความคิดตลอดเวลา

- เป็นคนจริงจัง มุมานะ ความพยายามสูงมาก

- มุมานะกับการเรียนและกิจกรรมเป็นอย่างมาก ให้ความสำคัญกับสุขภาพตัวเองน้อยสุด

- มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อและแม่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ค่อยได้เปิดอกคุยกันเท่าไรนัก

- หากตัดเรื่องความเคร่งขรึมและจริงจังออกไป ภายในเฟิร์นยังคงเป็นเด็กเรียบร้อย หัวอ่อน และขี้อายกว่าที่หลายคนคิด

- กังวลเรื่องการเข้าหาเพื่อนอยู่พอสมควร

- ย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมตรงสะพานควายแทน

 

 

 

อนาคต

- น่าจะลดความเครียด เคร่งขรึมลงกว่าเดิม

- อาจจะได้เห็นมุมรั่ว สติแตกของเฟิร์นมากขึ้น

- จะมีจุดที่ทำให้เฟิร์นรู้ว่า ชีวิตของคนเราไม่ได้มีแต่คำว่า “เรียน” เท่านั้น

 

 

 

แถมท้าย

[PRE-MS] เหตุผลของฉัน

 

====================================================

 

ดองไว้พอสมควร ต้องขอโทษทุกคนนะคะ

 

จาก DB ตัวนี้ น่าจะเห็นว่าเหตุใดเฟิร์นถึงโตมาเป็นเด็กที่มีบุคลิกและนิสัยแบบนี้นะคะ

 

การที่คนๆ หนึ่งเติบโตมาได้นั้น ส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้คนๆ นั้นเป็นแบบนี้ นอกจากจะมีพื้นฐานนิสัยดั้งเดิม ยังมีเรื่องการอบรมของครอบครัว แล้วก็ปัจจัยภายนอกที่กระทบความเป็นไปของชีวิตค่ะ

 

 

เจอกันในโอกาสหน้า ในอีกไม่ช้านี้นะคะ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

อึมครึมค่ะ ชีวิตหนูเฟิร์นอึมครึมโคตรๆ

อ่านแล้วเห็นรังสีควาทะมีนทึนทึกมาแต่ไกล 55

ชีวิตสีเทายังไม่พอ หนูหม่อนดันมาเสีย เลยกลายเป็นเทาหม่นๆไปซะงั้นอ่าา 55

ว่าแต่ลูกๆหลานๆ ตระกูลใบเตยเหมือนบ้านใบเตยเลย

พี่น้องท้องเดียวกันก็ ใบเตย ใบเฟิร์น ใบฝ้าย พวกญาติๆก็มีใบไผ่ อะไรงี้ 55

#11 By ~ คุณใบเตย ~ on 2011-05-12 23:13


การพยายามทำให้คนอื่นมีความสุข นี่กดดันจริงๆนะคะ


(จริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดของพ่อแม่ คือการได้เห็นลูกมีความสุข เอาใจช่วยให้หายเครียดเร็วๆนะเจ๊จ๋า่า)

(ป.ลิง ฉะนั้นฉะนี้ เรามาเถิดเทิงกันเถอะค่าาาา )

#10 By น้ำน่าน on 2011-05-12 18:20

เรื่องใบหม่อน มิได้เม้นเพราะพี่ต้นเม้นไปหมดแล้ว

อยากให้เฟิร์นยึดติดกับใบหม่อนน้อยกว่านี้นะ...

เหมือนเฟิร์นยังไม่สามารถปล่อยวางเรื่องพี่ใบหม่อนได้เลย?

...รอดูกันต่อไป

#9 By ลูกรัก(เติม)s on 2011-05-11 20:22

เฟิร์นเป็นคนฮึดนะ แต่ฮึดแบบ...กดดันตัวเองมาก

มันส่งผลต่อเฟิร์นได้ในระยะยาวเลย

ปัญหาของเฟิร์นคือเฟิร์นเหมือนเป็นคนดื้อเงียบ?

ลงถ้าตัดสินใจอะไรไปแล้วก็จะไม่เปลี่ยนใจ

ทั้งนี้ทั้งนั้น คนรอบตัวเฟิร์นอาจไม่ฉุกใจคิดด้วย

ว่าวิธีการคิด การแสดงออกของเฟิร์นจะก่อปัญหาสะสม รุนแรง ระยะยาว

เลยยังไม่มีใครเข้าไปจัดการกับปัญหาตรงนี้ด้วยการคุย ทำความเข้าใจกับเฟิร์นอย่างจริงจัง...

ยังไงจะรอดูำัพัฒนาการของเฟิร์นค่ะ อยากให้เฟิร์นสดใสกว่านี้

เป็นกำลังใจให้เน้อ สาวน้อย

#8 By ลูกรัก(เติม)s on 2011-05-11 20:21

(มานั่งชาบูพี่ต้น)

พี่ต้นนนนนน พี่ต้นอ่านใบหม่อนขาดมากค่ะ

ใช่แล้วล่ะ ใบหม่อนน่าสงสารกว่าเฟิร์นอีก เฟิร์นยังไม่ถูกคาดหวังหนักเท่าใบหม่อนถูกคาดหวัง แล้วใบหม่อนก็ไม่มีคนให้ปรึกษาเท่าเฟิร์นอีกนะคะbig smile

#7 By Fern-CS#4 on 2011-05-07 18:29

ก๊ากกกกกกก โอ๋~เฟิร์นเอ๋ย ชีวิตเธอจะเปลี่ยนแปลงไป

มากดังที่เธอได้เขียนไปในpre-ms......

//ไลค์พี่บีมากsurprised smile

#6 By august on 2011-05-07 18:23

ดูเครียดจนน่ากลัวจัง
เป็นเราเองอาจทนไม่ไหวแน่ๆ

เพราะเฟิร์นมีใบหม่อนเป็นที่พึ่งพิง ถึงผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้
แต่ตัวใบหม่อนเองกลับเป็นที่คาดหวังยิ่งกว่า และไม่มีคนให้ยึดเหนี่ยว ช่างน่าสงสาร (อันนี้เราคิดเองนะ)

(โหมดตอกย้ำสังคม)
สังคมสมัยนี้เป็นสังคมที่เด็กๆถูกตีกรอบให้แข่งขันกันโดยเด็กๆไม่รู้ตัว การเขม่นกันตั้งแต่สมัยประถมหมายความว่า เด็กได้ขาดความเป็นเด็กไปเสียแล้ว (แอร้ย นี่ไม่ใช่บลอคตอบกระทู้สังคม)

คึคึ เข้ามาคิวบิกแล้วไม่เพี้ยนออกไป ถือว่าไม่ผ่านคิวบิก กร้าก~confused smile (เกรียนมาแล้วจรลีจากไป)

รอเล่นกันนะ แม่เฟิร์น

#5 By แมวหน้าแว่น on 2011-05-07 17:48

สงสารเฟิร์นนนนนน

แต่พอผ่านไปได้สักเทอม(ถึงไหม) ถ็เปลี่ยนไปเองแหละ...(อุฮิ)

open-mounthed smile

#4 By Jork-Sarikal - CS 5413 on 2011-05-07 17:44

จริง สภาพแวดล้อมไม่อำนวยมากๆ ^ ^ ตั้งแต่รุ่นพี่ยันเพื่อน

#3 By Fern-CS#4 on 2011-05-07 15:57

สาวเครียดที่เชื่อว่าเครียดเส้นเลือดสมองปูดให้ตายก็ไม่เกิน 1 เทอม เพราะดูจากสภาวะแวดล้อมแล้ว...ไม่น่าจะอำนวย

*โดนทุกคนรุมถีบ*

เฟิร์นเอ๊ย...หล่อนจะพัฒนาจนที่บ้านตกใจ จบจากโรงเรียนนี้ไปรับรองแม่จะต้องวี๊ดว่า "ยัยเฟิ้งสติแตกนี่มันครายยยย ไม่ช่ายลูกช้านนน"

*โดนแม่เฟิร์นกระซวก*

เดี๋ยว...สรุปนี่ฉันมาเม้นต์เกรียนสินะ

#2 By *Alyssa* on 2011-05-07 12:50

จุดนั้นเกี่ยวกะหนุ่มๆน้องรหัสลูกเค้ารึเปล่า
*โดนโบก

เป็นอดีตที่เคร่งเครียดพอดูเลยค่ะ
หวังว่าเฟิร์นจะสนุกกับชีวิตมากขึ้นในโรงเรียนนี้มากขึ้นทุกวันๆนะ (คงหฤหรรษ์น่าดูเชียวล่ะ open-mounthed smile )

#1 By ป.ปุ้น,,, on 2011-05-07 11:29